Case Study : IT doesn’t matter?

IT doesn’t matter? BY NICHOLAS G. Carr 2003
The Idea in Brief

ในการที่จะเอาชนะบริษัทคู่แข่งขัน ณ วันนี้ บริษัทของคุณได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการลงทุนแล้วหรือยัง ? แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เพียงบริษัทคุณเท่านั้น ในแต่ละปีธุรกิจทั่วโลกได้จ่ายเงินกว่า 2 ล้านล้าน USD เพื่อลงทุนในด้านไอที แต่เมื่อได้มีการนำเอาเทคโนโลยีไปใช้อย่างกว้างขวาง ด้านปัจจัยพื้นฐาน อย่างเช่นในทางรถไฟ และพลังงานไฟฟ้า หลังจากนั้นไอทีก็จะกลายมาเป็นสิ่งที่ทุกๆคนสามารถใช้ได้เหมือนๆกัน การที่ทุกๆคนสามารถเข้าถึงได้และสามารถเข้าถึงได้ง่าย มันจึงไม่ใช่สิ่งที่นำไปสู่คุณค่าเชิงยุทธศาสตร์สำหรับทุกๆคนอีกต่อไป
ซึ่ง Nicolas Carr ได้กล่าวไว้ว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนด้านไอทีที่มากเกินไป จึงควรที่จะปฏิบัติดังนี้

1. การลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง ตัวอย่างเช่น การกำหนดค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดและเลือกอัพเกรดมากกว่าการซื้อคอมพิวเตอร์และแอพลิเคชั่นใหม่ๆในทุกๆครั้งที่ซัพพลายเออร์ได้มีการออกแบบใหม่

2. การเป็นผู้ตาม เนื่องจากการลงทุนด้านไอทีหากใจร้อนก็จะนำไปสู่การทดลองที่มีต้นทุนสูง ถ้ารออีกซักนิดก็จะสามารถทำให้ค่าใช้จ่ายน้อยลงได้ และยังช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากข้อบกพร่อง

3. การให้ความสำคัญกับความเสี่ยง ไม่ใช่เห็นแต่โอกาส ดังนั้น จึงควรที่จะคิดถึงเหตุการณ์ที่อาจทำให้เกิดการหยุดชะงัก เช่น ภัยคุกคาม ความบกพร่องเล็กน้อยเชิงเทคนิค การหยุดให้บริการ และช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัย

หลังจากบทความของ Nicolas G. Carr ตีพิมพ์ในปี 2003 ทำให้เกิดคำถามขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายเกี่ยวกับระบบสาระสนเทศของบริษัท และอุตสาหกรรม IT ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ควรจะมีกลยุทธ์ที่เกี่ยวกับ IT อย่างไร ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นถูกใช้ไปกับอะไร ด้วยสาเหตุนี้จึงทำเกิดข้อโต้แย้งขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับบทความ โดย Nicolas G. Carr ให้ความเห็นว่า “ การลงทุนด้าน IT ไม่ได้ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขัน และถึงแม้ว่าIT จะสามารถใช้เป็นกลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างให้กับบริษัทเมื่อเทียบกับคู่แข่งได้จริง แต่ท้ายที่สุดแล้วคู่แข่งก็จะสามารถเข้าถึงกลยุทธ์นี้ได้ จนทำให้ไม่มีความแตกต่างอีกต่อไป ”

การวิเคราะห์กรณีศึกษา

 ยุทธศาสตร์ทางด้าน IT ต่อธุรกิจ
What are the strategies/theories/concepts involved?
การวางแผนการลงทุนทางด้าน IT ควรวางแผนค่าใช้จ่าย โดยควบคุมงบประมาณให้มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับ Core Business วางแผนและเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต

 บทบาท IT ต่อธุรกิจ
What is the role of IT?
บทบาท IT จะเป็นสนับสนุน Core Business ทำให้เกิดสินค้าบริการและ Business model ใหม่ๆ เช่น Smart phone, iPad, Kindle เป็นต้น ก่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน ประสานงานกับลูกค้า Supplier รวมทั้งมีส่วนช่วยทำให้การทำงานรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ เช่น ใช้ในระบบฝากถอนเงิน และระบบจองตั๋วเครื่องบิน ทำให้การบริการกว้างขวางขึ้น มีการพัฒนาระบบเก็บและใช้ข้อมูลเพื่อลดความผิดพลาด เช่น ระบบทะเบียนราษฎร์ ระบบเวชระเบียนในโรงพยาบาล และระบบการจัดเก็บข้อมูลภาษี เป็นต้น ทำให้กระบวนการทำงานในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นลดค่าใช้จ่ายในองค์กร,ลดข้อผิดพลาด โดยใช้ IT แทนคน, share ข้อมูลผ่าน network เป็นต้น

 ผลกระทบต่อผู้ใช้งาน
Who are the stakeholders?
ผู้บริหารต้องมีความรู้เชิงลึกและความสามารถนำ IT ไปใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างคุณค่าทางธุรกิจ โดยที่มุ่งเน้นทำให้ต้นทุนทางธุรกิจต่ำลงและเพิ่มความสามารถในการผลิต เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด

 ประเด็นปัญหา
What seem to be the issues?
- การลงทุนทางด้าน IT ต้องพิจารณาการลงทุนให้เหมาะสมกับประเภทของธุรกิจ
- ควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะ IT มีความเสี่ยงต่อการล้าสมัยได้เร็ว ดังนั้นควรประเมินผลลัพธ์ที่จะได้จากการลงทุน
- ควรจะพัฒนาบุคคลากรให้มีความรู้ทางด้าน IT และสามารถใช้งาน IT ที่บริษัทลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

What are the problems?
ประเด็นปัญหาในด้านความคุ้มค่าทางธุรกิจ ด้านการพัฒนาบุคคลากร ด้านความล้าสมัยของเทคโนโลยี ด้านการมีนวัตกรรมใหม่ๆมาแทนที่

 แนวทางการตัดสินใจ
What are the alternatives?
What are the tradeoffs?
ก่อนการลงทุนควรศึกษาถึงความเสี่ยงที่จะได้รับ และประเมินถึงความคุ้มค่าที่จะได้รับ รวมถึงมองทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต
What are the solutions?
การเกิดปัญหาความล้าสมัยของเทคโนโลยี ปรับปรุงโดยการใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ การสร้าง
กลยุทธ์ขององค์กรให้มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่ง

 มุมมองของผู้บริหารต่อการลงทุนทางด้าน IT
ผู้บริหารต้องสามารถที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดความแตกต่าง โดยทำให้ธุรกิจและสินค้ามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และสามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกที่จะใช้บริการเรามากกว่าคู่แข่ง ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำและก้าวทันเทคโนโลยี พร้อมทั้งยอมรับการเปลี่ยนแปลง และนำความคิดที่ได้มาพัฒนาองค์การให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากผู้บริหารจะมองด้านกำไรแล้ว ควรจะควบคุมค่าใช้จ่าย ไม่ลงทุนในกิจกรรมด้านใดด้านหนึ่งมากกเกินไป เพื่อจะลดงบประมาณในการลงทุน

 บทสรุป
What are the lessons learned from the case?
How do you evaluate the case?
การลงทุนทางด้าน IT เราควรจะลงทุนด้วยงบประมาณที่เหมาะสม เพราะบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจาก IT มีความเสี่ยงต่อการล้าสมัย และไม่ใช้ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกำไรสูงสุด เนื่องจากการลงทุนทางด้าน IT จำเป็นต้องใช้งบประมาณที่สูงในการได้มาซึ่งนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลกำไรและผลผลิตที่สูง ในทางตรงกันข้ามเราควรที่จะเป็นผู้ตาม มากกว่าผู้นำ การเป็นผู้นำมีความเสี่ยงสูง เพราะเทคโนโลยีเกิดการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา การนำเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั้น ควรนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร บุคคลากรในองค์กรสามารถเข้าใจวิธีการใช้เทคโนโลยีได้อย่างถูกต้อง หากมีนวัตกรรมที่เลิศหรูแต่ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิผล เทคโนโลยีที่มีหรือได้ลงทุนไปจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆและจะกลายเป็นการลงทุนที่เปล่าประโยชน์ในที่สุด นอกจากนี้การยอมรับการเปลี่ยนแปลง ก้าวทันเหตุการณ์จะนำมาซึ่งการตื่นตัวและเปิดโลกทัศน์ให้กับองค์กรในการยอมรับ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

Download File Report
http://y35.wikidot.com/local--files/case-study:it-doesnt-matter/IT%20doesn%27..%5B1%5D.docx
Download File Present
http://y35.wikidot.com/local--files/case-study:it-doesnt-matter/MIS_EditV1.ppt

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License