Facebook Ads

ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2007 Facebook ประกาศว่าจะมีการเปิดรับโฆษณา ซึ่งการโฆษณาในFacebook นั้นประกอบไปด้วย Display Ads, Facebook Pages และ Facebook Beacon Display Ads สามารถอัพโหลดภาพกราฟฟิคหรือรูปภาพขนาด 80-110 pixel (ซึ่งเล็กกว่า sites อื่นๆ) และมีหัวข้อได้มากถึง 25 ตัวอักษร และคำอธิบายหรือมีได้มากถึง 135 ตัวอักษร การโฆษณานั้นสามารถเจาะให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายทั้งเรื่อง เพศ อายุ พื้นที่ สถานะภาพ ภาษา สถานที่การศึกษา สถานที่ทำงานและความสนใจต่างๆ ของผู้ใช้ Facebook ซึ่ง Facebook จะกำหนดราคาตามจำนวนการคลิก และกว่าพันโฆษณาที่ได้รับความสนใจ

การลงโฆษณานั้นต้องได้รับการยืนยันจาก Facebook เพื่อพิจารณาก่อน และพอเมื่อได้รับการยืนยันจากทาง Facebook แล้วก็จะนำขึ้นหน้า display โฆษณาต่อจาก profiles ของ Userและรูปภาพ Ads เป็นสิ่งที่ทำรายได้ให้กับ Facebook มากที่สุด เนื่องมาจากการคลิกเข้าไปดูของผู้ใช้งานที่มีผลและยังรวมไปถึงการเสนอราคาที่สูงจากลูกค้าบริษัทที่มาลงโฆษณา

Facebook Pages จะอนุญาตให้ business, brands, products, artists และประชาชนทั่วไปสามารถสร้างหน้าpage ของตนเองได้ Zuckerberg ได้อธิบายไว้ว่า หรือระบบการแจ้งเตือนจะอนุญาตให้สปอนเซอร์กระจายข่าวการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ Facebook ที่ไปใช้หรือมีกิจกรรมจากเว็บไซต์อื่น ให้กระจายข่าวบนเครือข่ายของผู้ใช้ Facebook ได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้ไปซื้อของจาก eBay หรือ ไปเช่าพื้นที่บน Blockbuster Online ก็จะมีการแจ้งผ่านไปทาง News Feed ของผู้ใช้งาน เพื่อนของผู้ใช้ก็สามารถทราบ activities ของผู้ใช้ได้ทุกอย่าง ซึ่งทางทีม Facebook ให้เหตุผลว่าหากผู้ใช้ facebook เต็มใจที่จะเผยแพร่กิจกรรมของพวกเขาให้เพื่อนๆเขา พวกเขาก็น่าจะเต็มใจที่จะเปิดเผยสินค้าที่เขาสนใจ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทาง Facebook ได้คาดหวังเอาไว้ก็ล้มเหลวจากกลุ่มคนที่รู้สึกว่า Facebook Beacon นั้นเป็นสิ่งที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ตัวอย่างเช่นเมื่อถึงวันเกิดของผู้ใช้ แล้วผู้ใช้นั้นเห็นของขวัญที่เพื่อนๆซื้อให้จากทางหน้า News Feed ความรู้สึกตื่นเต้นก็จะหายไปนั้น และนักโฆษณาที่มีชื่อเสียงบางแห่งรวมไปถึง Coca-Cola และ Overstock.com ที่นำโปรแกรม Beacon ออก ในปีต่อมา Facebook ต้องเผชิญหน้ากับกฎหมายโดยข้อกล่าวหาที่ว่า Facebook Beacon นั้นไปละเมิดความเป็นส่วนตัว ศาลได้ตัดสินให้ Facebook Beaconปิดตัวลง และจ่ายเงิน 9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับมูลนิธิคุ้มครองความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภคสื่อออนไลน์

Ad Products Evolve

Facebook ได้เริ่มต่อยอดการขยายความสามารถของ display ตัวอย่างเช่น โฆษณา page โฆษณา Event และแนะนำให้รู้จักกับโฆษณา API ที่ไว้สำหรับบริษัทโฆษณารายใหญ่ที่ต้องการที่จะใส่แคมเปญจำนวนมากอย่างต่อเนื่องและรวมแคมเปญต่างๆเหล่านั้นให้เป็นระบบของเขาเอง นอกจากนั้น Facebook ยังได้พัฒนา Social Ads ซึ่งอนุญาตให้บริษัทที่มี Facebook page นั้นสามารถโฆษณาไปยัง Fan page Zuckerberg อธิบายไว้ว่า “มันไม่ใช่เพียงแค่ข้อความที่เผยแพร่โดยบริษัทที่ต้องการโฆษณาเท่านั้น แต่มันจะเป็นการกระจายข้อมูลข่าวสารโดยการ Shared ของเพื่อนด้วย” ตัวอย่างเช่น เพื่อนของ Toyota Scion ที่มีชื่อว่า Fred สามารถที่จะเห็นโฆษณาของ Toyota Scion และสามารถติดตามได้โดยการเริ่มต้นข้อความสั้นๆว่า “Fred likes Toyota Scion”

Facebook ยังไปช่วยการกระตุ้นยอดขายในส่วนอื่นๆ เช่น การขายสินค้าที่จะต้องการในเกมส์ต่างๆเพื่อให้ได้ของที่แตกต่าง กลางปี 2011 กระแสตอบรับดีมากซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วสูงกว่าการขายโฆษณาใน Facebook ธรรมดา 2-10 เท่า อีกความสำเร็จของการโฆษณานั้นเนื่องมาจากการเชื่อมโยงในสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องการโฆษณาว่า ยังไม่มีหลักฐานว่ายอดการกดเข้าชมสูงนั้นจะทำให้ยอดขายสูงตามด้วย

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License