Facebook Credits

ความสำเร็จของหลายๆ บริษัท ที่สร้างบนแพลตฟอร์มเป็นประโยชน์สำหรับ Facebook ด้วยตัวมันเอง นอกเหนือจากการเป็น Platform ที่เป็นทางเลือกสำหรับแอพพลิเคชั่นยอดนิยมแล้ว Facebook ก็ได้กลายเป็นช่องทางการหาเงินจากนักพัฒนาโปรแกรมภายนอกอีกด้วย ในเดือนพฤษภาคมปี 2009 Facebook ได้มีการนำเสนอ Facebook Credits เงินเสมือนจริงสามารถใช้แลกเปลี่ยนสินค้าเสมือนจริง (virtual goods) ในแอพพลิเคชั่นต่างๆ บน Facebook โดยผู้ใช้ต้องซื้อ Facebook Credit ผ่านระบบเครดิตการ์ด หรือ Paypal จากร้านค้าปลีกต่างๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถซื้อและแลกในลักษณะที่คล้ายคลึงกับบัตรของขวัญ

ในเบื้องต้น Facebook ได้ทำการเริ่มใช้ระบบ Facebook Credits นี้กับแอพพลิเคชั่นเกมส์ต่างๆ บนFacebook เช่น เกมส์ของบริษัท Zynga และทำการเก็บค่าคอมมิชชั่น 30% จากทุกๆการซื้อ Facebook Credits โดยในเดือนมกราคม 2011 มีนักพัฒนาโปรแกรม 150 คนได้มีการใช้ Facebook Credits กว่า 350 โปรแกรมและมีบัญชีผู้ใช้ Facebook Credits กว่า 70% ของการทำธุรกรรมเสมือนทั้งหมดบน Facebook

ต่อมาในวันที่ 1 กรกฎาคม 2011 Facebook เริ่มต้องการให้นักพัฒนา แพลตฟอร์มใช้ Facebook Credits เฉพาะการดำเนินการชำระเงินค่าสินค้าเสมือน (Virtual Goods) ซี่งFacebook ได้มีการลงนามในสัญญากับ Zynga เป็นระยะเวลาห้าปี ที่บริษัทจำเป็นต้องใช้ Facebook Credits เพื่อเก็บเกมส์ที่ใช้ Facebook Platform พิเศษเฉพาะที่ Facebook ของตนและห้ามไม่ให้ปล่อยเกมส์ใหม่ไปบนเครือข่ายให้กับคู่แข่งอื่นๆ ในทางกลับกัน Facebook ก็ตกลงที่จะช่วย Zynga ให้ไปให้ถึงเป้าหมายการเติบโตสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือนที่ครอบคลุมเกมส์ของ Zynga และแบ่งปันรายได้โฆษณาบางส่วนให้กับ Zynga

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License