Facebook For Websites

หนึ่งปีหลังการเปิดตัวFacebook Platform ก็ได้มีการเปิดตัวFacebook for Websitesซึ่งเป็น platform รุ่นที่ 2 ในปี 2008 โดยที่การใช้งานทุกอย่างเหมือนเดิมแต่ผู้พัฒนาสามารถนำแอพพลิเคชั่นไปใช้งานร่วมกับเว็บไซต์3rd party อื่นๆได้

Facebook for website มีการใช้งานแตกต่างกันอย่างน้อย 3 แบบคือ
  1. โดยปกติเมื่อผู้ใช้งานต้องการใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ Facebook ในครั้งแรกจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับ username และ password เพื่อทำการ Log in ก่อน แต่ด้วยประโยชน์ของFacebook for Website ทำให้ผู้ใช้สามารถประหยัดเวลาเพียงแค่คลิ๊กConnect with Facebook เท่านั้น websiteก็จะดึงข้อมูลการสมัครของเราจาก Facebook ทำให้สามารถเข้าใช้เว็บไซต์นั้นได้ทันที
  2. เมื่อผู้ใช้ได้ทำการ Log on ในเว็บไซต์อื่นๆก็จะสามารถเห็นและติดต่อกับเพื่อนใน Facebook ของผู้ใช้ได้ เช่น CNN Presidential Election Forums จะสามารถค้นหาและเขียนข้อความโต้ตอบกับเพื่อนได้อย่างง่ายดาย
  3. สามารถโพสข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นมาที่หน้าโปรไฟล์ Facebook ของผู้ใช้ได้เพื่อแชร์ให้ให้เพื่อนเห็นได้ เช่นการรีวิวร้านอาหารใน TripAdvisor ทางเว๊บไซต์ก็จะถามว่าต้องการแชร์ข้อมูลนี้หรือไม่

เว็บไซต์3rd party ที่ใช้ Facebook for Websites จะได้รับข้อมูลของผู้ที่ Log in เข้า Facebook ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ วันเกิด ภูมิลำเนา เพศ สถานะความสัมพันธ์ที่อยู่ปัจจุบันและคู่สมรสนอกจากนี้ยังสามารถระบุได้ว่าผู้ใช้มีความสนใจในด้านไหน เช่น network, หาเพื่อน,เดทหรือรูปแบบความสัมพันธ์,ข้อมูลการศึกษาระดับมัธยม,มหาวิทยาลัย, ประวัติการทำงาน ในส่วนของ “About Me” เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่บอกถึงความสนใจพิเศษ เช่น การเมือง กิจกรรมที่ชื่นชอบ, หนังสือ,ภาพยนตร์, เพลง และรายการ TV เป็นต้น และยังมีรายชื่อเครือข่ายของผู้ใช้ข้อความแสดงสถานะ จำนวนการโพส บนwall บันทึกจำนวนและคำอธิบายของรูปของผู้ใช้ และสุดท้าย Facebook ยังให้รายชื่อเพื่อนของผู้ใช้ Facebook และ ID ด้วยเวบไซต์สามารถเลือกได้ว่าต้องการข้อมูลประเภทใดและอนุญาตให้เก็บข้อมูลได้แบบไม่มีกำหนดจนกว่าผู้ใช้จะยกเลิกการอนุญาตเข้าถึงข้อมูล

ในงาน Facebook Developer’s Conference ในเดือนกรกฎาคม 2008 ได้มีการเปิดตัวการร่วมมือกับ 25 เว็บไซต์ต่างๆโดยเว็บไซต์ต้องยื่นขอการรับรองจาก Facebook เพื่อให้มั่นใจว่า เว็บไซต์จะทำตามเงื่อนไขของ Facebook และเพื่อเป็นการรักษาและปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
ปลายเดือนตุลาคม 2008 มีผู้ใช้ Facebook ประมาณ 125 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนผู้ใช้ MySpace แต่มีเพียง 100 เวปไซต์เท่านั้นที่ทำการเชื่อมโยงกับ Facebook for Websites จากการสำรวจล่าสุดพบว่า 2ใน 3 ของผู้ลงทะเบียนใหม่จะถูกเชื่องโยงกับ Facebook for Websites และผู้ใช้ Facebook for Websites กว่าครึ่งมีส่วนร่วมมากกว่าผู้ใช้อื่นๆ และการที่มี Facebook for Websites ทำให้มีผู้ใช้งานเว็บไซต์3rd party เพิ่มมากขึ้นโดยดูจากการลงทะเบียนใช้เว็บไซต์มีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 30-200% และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ก็เพิ่มขึ้น 15%-100% โดยวัดจากจำนวนการรีวิวและการสร้างเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น

การพัฒนา Facebook for Websites ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น คู่แข่งรายใหญ่อย่างก็มีการเปิดตัว MySpace ID โดยอนุญาตให้ผู้ใช้แชร์ข้อมูลข่าวสารจาก MySpace ไปยังเว็บไซต์อื่นๆ โดยมีหุ้นส่วนคือYahoo, Twitter และ Photo bucket แต่ MySpaceID ก็ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่าที่ควร ขณะที่ Facebook for Website ได้รับการยอมรับในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีมากกว่า 10,000 เว๊บไซต์เข้าร่วมกับ Facebook ในกลางปี 2009 นอกจากนี้ Facebook ก็ยังออก Facebook for iPhoneโดยอนุญาตให้บุคคลภายนอกสามารถสร้างแอพพลิเคชั่นบน Facebook ของ iPhoneได้

Facebookมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องโดยที่คู่แข่งอย่าง MySpace ไม่สามารถต่อกรได้ ทำให้ Facebook เป็น online social network ที่มีการเติบโตสูงที่สุดทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์2009 จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นจาก 25ล้านคน เป็นกว่า 175 ล้านคนและยังได้รับความนิยมจากนักลงทุนด้วย โดย Facebookได้รับเงินทุน200 ล้านดอลล่าร์จากบริษัท Digital Sky Technologies คิดเป็น 1.96%ของส่วนของผู้ถือหุ้นและมีมูลค่ากว่า10,000ล้านดอลล่าร์

The Like Button

ในเดือนเมษายน 2009 Facebook เปิดตัว Open Stream API ซึ่งอนุญาตให้ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น สามารถ เข้าถึงการ update, รูป, link และ comment ได้ และในปีถัดมา เมื่อ Facebook มีผู้ลงทะเบียนใช้งานถึง 400 ล้านคน Facebook ได้มีการเปิดตัวปุ่ม “Like” บนเว็บไซต์3rd party ด้วย โดยเป็นการทำให้ผู้ใช้สามารถแสดงความชอบได้อย่างรวดเร็วในการแสดงความคิดเห็นของรูปและลิงค์ต่างๆ และมีการขยายไปถึงเว็บไซต์ 3rd party ต่างๆที่เกี่ยวข้องโดย Mark Zuckerbergกล่าวว่ามีคนกด like ถึง 1 พันล้านครั้งภายในเวลา 24 ชั่วโมง

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License