Ipad

Apple ได้วางจำหน่าย iPad เมื่อ 2 มีนาคม 2010 ซึ่ง Steve Jobs ได้กล่าวว่ามันใช้งานได้ง่ายกว่า PC ความต้องการ iPad พุ่งสูงขึ้นถึง 450,000 เครื่องภายในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายทั่วโลก Steve Jobs กล่าวว่า “นี่แหละคือจุดเปลี่ยน” และในเดือนกุมภาพันธ์ 2012 Tim Cook ก็ได้แถลงว่ามี iPad ถูกขายออกสู่ตลาดแล้วถึง 55 ล้านเครื่อง และภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี Apple สามารถเพิ่มยอดขายได้อีก 35,000 ล้านดอลล่าร์

เริ่มแรก iPad เปิดตัวด้วยราคา $499 ถึง $829 กระจายขายใน Apple retail store และร้านค้าปลีกอื่นๆ (Best Buy, Target, Staple) ตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอ 9.7” แบตเตอรี่ใช้งานได้ 10 ชั่วโมงเพื่อใช้อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง และทำงานต่างๆ ผู้ซื้อ iPad ส่วนใหญ่เลือกใช้รุ่นที่มีแต่ wifi

ส่วนใหญ่คนจะใช้ iPad เพื่อเช็คเมล, เล่นเกม, ดูวีดีโอ และช๊อปปิ้งออนไลน์ แต่ iPad software ก็มีข้อจำกัดเนื่องจาก app ส่วนใหญ่จะเป็นของ iPhone แต่ในเดือนมีนาคม 2012 ก็ได้มี app ของ iPad ปล่อยออกมาถึง 200,000 apps ซึ่งครอบคลุมการใช้งานทุกอย่าง

ในช่วงเริ่มแรก Apple ก็อยากจะมีร้านหนังสือออนไลน์ของตัวเอง แต่ Steve Jobs ไม่อยากให้ตั้งราคาถูกสำหรับ iPod และ iPhone (99 cent ต่อเพลง หรือ app) แต่อุปสรรคที่พบคือ Amazon ซึ่งครองตลาด digital book อยู่ 90% โดยมีเครื่อง Kindle e-reader ราคาหนังสือส่วนใหญ่อยู่ที่ $9.99 ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนของ Amazon อีก Apple จึงให้เจ้าของหนังสือ e-book กำหนดราคาเอง โดยอยู่ในช่วง $12 ถึง $15 โดย Apple ได้ส่วนแบ่งรายได้ 30% ในเดือนเมษายน 2012 ส่วนแบ่งตลาดของ Amazon ลดลงมาเหลือ 60% อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปี 2012 กระทรวงยุติธรรมได้ทำการสืบสวนกลยุทธของ Apple ในการกำหนดราคาตลาด แต่ Apple ก็เลือกที่จะสู้ แต่หลังจากการตัดสิน ราคาของ digital retailers ก็กลับมายืดหยุ่นอีกครั้ง และ Amazon ก็กลับไปใช้ราคา $9.99 สำหรับหนังสือบางเล่ม

การตั้งราคาของ iPad ต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆของ Apple ในช่วงแรกๆ ราคาเปิดตัว iPad ที่ $499 ต่ำว่าราคาส่งของ iPhone แม้ว่าราคาต่ำกว่า Apple ก็ยังมีกำไร 25% ในรุ่นถูกสุด Apple ใช้ CPU ของตัวเอง ลดกำไรของช่องทางจำหน่าย และเพิ่มปริมาณยอดซื้อ ทำให้ Apple มีกำไรมากกว่าคู่แข่งซึ่งมีกำไรแค่ 15% Apple ยังคงก้าวนำหน้าคู่แข่งอย่างเช่น Microsoft ต่อไป โดยออก iPad3 ในปี 2012 และ Apple ก็ยังมีสิทธิบัตร Magnetic Smart Cover ของ iPad 2 และ iPad 3 อีกด้วย นอกจาก Apple แล้ว ยังมีผู้ผลิตอีกอย่างน้อย 20 รายที่ปล่อย tablet ออกสู่ตลาดในปี 2011

การแข่งขัน

Android tablet เริ่มเข้าสู่ตลาดในปลายปี 2011 โดยมีส่วนแบ่งตลาด 38% Apple มี 3 คู่แข่งหลัก ได้แก่
1) Android ของ Google ซึ่งหลักๆเป็นของ Samsung ยอดขาย 5 ล้านเครื่องในปี 2011 แต่ปัญหาของ Android ก็คือ App ที่รองรับยังสู้ iPad ซึ่งมีการใช้งานที่ง่ายกว่าไม่ได้ ในปี 2012 Samsung ออก Galaxy Note ซึ่งมีหน้าจอ 5” ใช้งานได้ทั้ง tablet และ smart phone
2) Amazon ซึ่งใช้ open source ของ Android
3) Tablet ที่ใช้ Microsoft

Kindle Fire 7” ของ Amazon ตั้งราคาที่ $199 โดยคาดว่าต้นทุนสูงกว่า $200 เล็กน้อย Amazon หวังทำกำไรจาก software, application และ content ส่วน Apple ทำกำไรได้จาก hardware นักวิเคราะห์เชื่อว่า Amazon มีส่วนแบ่งตลาด 14% ในไตรมาส 4 ปี 2011 ความไม่แน่นอนในการแข่งขันเกิดขึ้นเมื่อ Microsoft ออก Windows 8 ในครื่งหลังของปี 2012 Windows 8 มี interface ใหม่และเข้ากับ application อื่นของ Windows ด้วย

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License