Office Mobile for iPhone : What you need to know

Office Mobile for iPhone : What you need to know

office_iphone-100042301-large.jpg

เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความน่าตื่นเต้นทั่วโลก จาก Apple ได้จัดประชุม และประกาศว่าขณะนี้โปรแกรม Office จาก Microsoft สามารถใช้กับ iPhoneได้แล้ว อย่างที่ทราบกันดีว่าโปรแกรม Office จาก Microsoft นั้นเป็นโปรแกรมเดียวที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานโทรศัพท์มากที่สุดในโลก โดยมีคำแนะนำออกมาอย่างแพร่หลายว่า โปรแกรม iOS ของ Apple เป็นเวอร์ชั่นที่สามารถปรับใช้กับโปรมแกรม Office จาก Microsoft ซึ่งสามารถใช้งานได้กับผู้ใช้ iOS ทุกเวอร์ชั่ นรวมถึงการใช้งาน Siri และ iOS 7 จากการใช่งานร่วมระหว่าง iOS และ Microsoft โปรแกรม Microsoft Office สำหรับ iPhone มีชื่อ Applicationว่า “ Office Mobile for Office 365 Subscribers ” โดยสามารถค้นหาได้จาก App Store เราสามารถใช้งานเวอร์ชั่นเต็มของ Microsoft Office ตั้งแต่การเข้าดู การแก้ไข การสร้าง รวมถึงการนำเสนอข้อมูล Word Document , Excel และ Power Point ผ่านทางโทรศัพท์ มือถือเสมือนหนึ่งใช้งานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ Application ดังกล่าวยังสามารถที่จะใช้งานกับข้อมูลที่เป็นกราฟหรือแผนภาพต่างๆ Charts , Animation , SmartArt Graphics , Shapes เป็นต้น นอกจากนี้เรายังสามารถเข้าโปรแกรม Word Document , Excel และ Power Point ผ่านทางไลบรารี Skydrive , Skydrive Pro และ Sharepoint ได้อีกด้วย

office_mobile_files-100042303-medium.jpgoffice_mobile_excel_iphone-100042299-medium.jpg

ความแตกต่างของ applicationอื่นๆของ iOS กับ Microsoft เราจะกล่าวถึงApplication ที่มีชื่อว่า " Microsoft Onenote " โปรมแกรมบันทึกข้อมูลดิจิทัลที่คุณสามารถจัดเก็บบันทึกออนไลน์ผ่าน Cloud ได้อย่างรวดเร็วสำหรับ ซึ่งแยกการใช้งานระหว่าง iPhone และ iPad และหากต้องการเข้าเพื่อดูข้อมูลที่บันทึกจะสามารถเข้าได้จาก Mac หรือ Pc และแน่นอนโปรแกรมนี้ไม่สามารถเพิ่มเติมหรือทำการแก้ไขได้ นอกจากนี้มี Application ที่มีชื่อว่า " Microsoft 's Skydrive " ที่สามารถแชร์ไฟล์ข้อมูล แต่ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ สำหรับข้อจำกัดต่างๆเหล่านี้ Microsoft มีความพยามที่จะพัฒนาโปรแกรม Office สำหรับผู้ใช้งาน iOS เพื่อให้สามารถใช้งานได้ครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งนี้สำหรับซอฟแวร์ดังกล่าวสามารถใช้งานได้กับ iPhone เท่านั้น หากผู้ใช้ iPhone ต้องการใช้กับ iPad สามารถใช้ผ่าน Web Apps โดยที่สามารถใช้งานแทนกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากที่กล่าวมาข้างต้นโปรแกรม Office 365 จะใช้งานได้กับ iPhone 4 , 4S , 5 และ fifth-generation iPod touch และจะต้องรันกับ iOS เวอร์ชั่น 6.1 เป็นต้นไป นอกจากนี้หากต้องการซิงค์ข้อมูลกับคอมพิวเตอร์จะต้องเป็น Microsoft 2013 เท่านั้น

office_mobile_powerpoint_iphone-100042300-orig.jpg

Microsoftเปิดให้ทดลองใช้งานฟรีเป็นเวลา 1 เดือน และหลังจากนั้นจะเรียกเก็บค่าบริการ เดือนละ $10 หรือหากใช้บริการรายปีคิดค่าบริการ $100 ต่อปี
ผู้ใช้บริการ iPhone สามารถตรวจสอบเงื่อนไขการเป็นสมาชิกได้ที่ http://office.microsoft.com/en-us/compare-office-365-for-business-plansFX102918419.aspxWT.intid1=ODC_ENUS_FX101785584_XT104052692&WT.intid2=ODC_ENUS_FX102918418_XT104063440

อย่างไรก็ตามในส่วนของการใช้งาน หากงานต้นฉบับของคุณทำมาจาก iWork Application โดยไม่มี Office 365 Apps สามารถเปิดใช้งานต้นฉบับได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องสร้างสำเนาเอกสารเพิ่ม ทั้งนี้โปรแกรมดังกล่าวสามารถใช้งานได้กับ iPhone เท่านั้น ไม่ใช่ว่า Microsoft จะไม่ให้ความสนใจที่จะสร้างโปรแกรมเพื่อiPad เพียงแต่เล็งเห็นว่าiPadนั้นสามารถใช้งานผ่าน Web Apps อยู่แล้วและหากนำข้อมูลที่สร้างจาก Office 365 Apps มาใช้งานกับiPad ก็สามารถใช้งานผ่านWeb Apps เช่นกัน

บทวิเคราะห์

จากบทความข้างต้นนับว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช่ iPhone เป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่รอคอย Applications นี้กันมาเป็นเวลานาน ในที่สุด Microsoft ได้ออกโปรแกรม Office 365 สำหรับการใช้งาน Word Document , Excel และ Power Point เป็นที่ทราบกันดีว่าMicrosoft เป็นแบรนด์ที่มี Network Effect สูงนั่นหมายความว่าผู้ใช้บริการโปรแกรมOffice ของMicrosoft มีจำนวนมาก ผู้ใช้งานเอกสารส่วนใหญ่ให้ความนิยมเป็นอันดับต้นๆ จากทั้งองค์กรธุรกิจ นักเรียนนักศึกษา หรือแม้กระทั่งบุคคลทั่วไป อาจเรียกได้ว่าโปรมแกรมของMicrosoftได้แทรกซึมไปสู่ผู้ใช้งานทุกอาชีพ ทุกวัย หากเราลองนึกย้อนกลับไปเราอาจจะพบว่าโปรมแกรมOffice ของ Microsoftนั้นเป็นโปรแกรมแรกๆที่สถาบันการศึกษาได้นำมาใช้ในการเรียนการสอนก็ว่าได้ จึงไม่ใช่เรื่องใช่เรื่องแปลกที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ เมื่อต้องทำงานเอกสาร หรือมีความจำเป็นต้องนำเสนองานจะนึกถึงโปรแกรมอย่างWord Document , Excel และ Power Point ทั้งที่จริงแล้วโปรแกรมสำหรับการใช้งานเอกสารของบริษัทอื่นก็สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกัน อย่าง Open Office หรือ iWork ที่มีโปรแกรมเทียบเคียงกันนั่นคือ Pages , Number และ Keynote ที่มีเสถียรภาพและความปลอดภัยสูงกว่า ง่ายต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง และสิ่งที่สามารถเห็นได้ชัดคือโปรแกรมKeynote เป็นที่ยอมรับกันอย่างมากว่าการนำเสนอของโปรแกรมดังกล่าวทั้งแสงสีเสียงดีเลิศเป็นมืออาชีพกว่าการใช้ Power Point มากเพียงแต่ Microsoft เป็นโปรแกรมคนส่วนใหญ่นำมาใช้งาน อาจเป็นความเคยชิน ไม่ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ หรือในบางองค์กรที่จะต้องคำนึงถึง Switching Cost สำหรับการเปลี่ยนระบบซึ่งถือเป็นเงินจำนวนมาก หรืออาจเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานร่วมกับองค์กรอื่น ที่ไม่ต้องเสียเวลากับการแปลงไฟล์เอกสาร
ให้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่สามารถอ่านข้อมูลได้ หากใช้โปรแกรมของบริษัทอื่นอาจจะต้องพบกับปัญหาจากการแปลงไฟล์ ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบของต้นฉบับ ทำให้ผู้รับสารได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน และอาจส่งผลเสียต่อองค์กร จากปัญหาความยุ่งยากเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้งานเอกสารส่วนใหญ่เลือกใช้ Microsoft เพื่อว่าข้อมูลของตนนั้นจะสามารถสื่อสารกับผู้รับได้ถูกต้องครบถ้วน นี่คือจุดแข็งของMicrosoft ที่สามารถสร้าง Network Effect ได้ แม้แต่ผู้ใช้งาน Appleที่มีของดีอยู่กับตัวแต่กลับพยามหา โปรแกรม Office ของ Microsoft มาใช้งาน และในวันนี้ผู้ใช้งานiPhoneก็ได้ใช้ Microsoftสมการรอคอย ทั้งนี้หากจะทำการวิเคราะห์ให้ลึกลงไปผู้เขียนจะทำการวิเคราะห์โดยการใช้ Business Model ตามรูปภาพประกอบด้านล่าง

businessmodel.jpg

จากแผนภาพการวิเคราะห์ Business Model สามารถอธิบายได้ดังนี้

1. Key Partnerships บริษัทคู่ค้าที่มีความสัมพันธ์กันคือMicrosoftและApple

2. Key Activities สิ่งที่สามารถความแตกต่างให้กับ Office 365 Apps คือความสามารถในการใส่ข้อมูลที่เป็น Chart , Animation , Smart
Art Graphic สามารถแก้ไข และนำเสนองานผ่านทางโทรศัพท์มือถือโดยตรง นอกจากนี้ยัสามารถใช้งานผ่านไลบารี Skydrive , Skydrive Pro
และSharepoint หากใช้งานกับiPadก็สามารถเปิดผ่าน Web Apps และหากต้องการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ก็ทำได้เช่นกันโดยที่โปรแกรมรองรับจะ
ต้องเป็น Office 2013

3. Key Resources สิ่งหนึ่งที่เป็นทรัพยากรที่สร้างความได้เปรียบให้แก่MicroSoftนั่นคือ Microsoft License นอกจากนี้แล้วการมี Network
Effect กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทที่มีจำนวนมากจะช่วยดึงลูกค้ากลุ่มใหม่และลูกค้ากลุ่มที่ใช้โปรแกรมอื่นแล้วประสบกับปัญหาในเรื่องของความถูก
ต้องครบถ้วนของข้อมูลมาใช้บริการMicrosoft เพิ่มขึ้น

4. Value Proposition หากลูกค้าสมัครใช้บริการของMicrosoft ดังกล่าว โดยที่อาจยังไม่มีโปรแกรมMicrosoftจะมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นใน
แง่ของการส่งเอกสารไปยังผู้ร่วมงานคืนอื่นๆหรือองค์กรธุรกิจอื่น เนื่องจากผู้ใช้งานส่วนใหญ่นั้นใช้โปรแกรมของMicrosoft สามารถแก้ไข แชร์ข้อมูล
หรือนำเสนอข้อมูลได้ทันทีผ่าน iPhone ทั้งนี้ Microsoftยังให้ทดลองใช้งานฟรีเป็นเวลา 1เดือน และหากใช้งานเป็นรายปีจะเก็บค่าบริการเพียง
$100จาก $120 ต่อปี

5. Customer Relationship ในส่วนของข้อมูลรายละเอียดของการให้บริการลูกค้าสามารถเข้าดูได้ที่ http://www.microsoft.com หรือ
http://www.macworld.com

6. Chanel ช่องทางที่ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆของ Office 365 Applicationsคือ http://www.microsoft.com
และ www.macworld.com โดยที่สามารถสมัครใช้บริการได้ที่ App Store และ iTunes Store

7. Customer Segment กลุ่มลูกค้าเป้าหมาของOffice 365 Applicationมีเพียงกลุ่มเดียวคือ ผู้ใช้งานiPhone

8. Cost Structure ต้นทุนของMicrosoftคือ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาข้อจำกัดของโปรแกรมอื่น ( Research and Development ) รวมถึงค่าใช้
จ่ายด้านการตลาดและการขาย

9. Revenue Stream รายได้ที่Microsoftจะได้รับนั่นคือรายได้จากการสมัครสมาชิกของผู้ใช้iPhone

เราจะพบว่าธุรกิจใดก็ตามเมื่อสามารถสร้างNetwork Effectได้ก่อนโดยวิธีต่างๆไม่ว่าจะเป็นการแจกฟรี การให้บริการทดลองใช้ฟรีในช่วงแรก การบอกต่อของผู้ใช้งาน หรือแม้กระทั่งยอมได้กำไรน้อยในช่วงแรกของการขายเพื่อสร้างฐานลูกค้า ตัวอย่างของMicrosoftเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าสามารถสร้างเครือข่ายได้อย่างแข็งแกร่ง จนกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมไอที เมื่อนึกถึงงานเอกสารจะต้องนึกถึง Microsoft ต้องยอมรับว่าเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุด แม้กระทั่งผู้ใช้ Apple อย่าง iPhone เองนับวันรอโปรแกรมดังกล่าวกันอย่างใจจดใจจ่อ นับเป็นความสำเร็จของMicrosoft ที่สามารถทำให้บริษัทกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมในด้านนี้อย่างขาดลอยเมื่อเทียบกับบริษัทคู่แข่งอื่นๆ

จัดโดย: อภิสรา กิตติรัตนโยธิน YMBA-35 ID: 5520221002
ที่มา: http://www.macworld.com/article/2042045/office-mobile-for-iphone-what-you-need-to-know.html
วันที่: 15 มิถุนายน 2556

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License