เรื่อง การขายข่าวออนไลน์กำลังมีแนวโน้มที่จะขายได้ง่ายขึ้น / ชื่อ นายสุชาติ กนกพูนสิน ID: 5520221012

การขายข่าวออนไลน์กำลังมีแนวโน้มที่จะขายได้ง่ายขึ้น

จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคมีความเต็มใจที่จะซื้อข่าวออนไลน์ เพิ่มขึ้น แม้ว่าคนส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะปฏิเสธ เช่น อังกฤษ อัตราส่วนลูกค้าที่ยอมจ่ายค่าข่าวออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น เท่าตัว คือ เป็นร้อยละ 9 ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต(ในช่วงเวลา 10 เดือน) และจากผลการศึกษาพบว่า กลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 25-34 เป็นกลุ่มคนที่มี การซื้อข่าวออนไลน์มากที่สุด โดยมีแนวโน้มที่ผู้ชายจะยินยอมจ่ายเงินในอัตราส่วนที่สูงกว่าผู้หญิง

การวิจัยนี้กำลังเป็นที่สนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ วงการสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น The Sun, Daily Telegraph, Bild และ Washington Post

การวิเคราะห์มูลค่า

นักวิจัยกล่าวว่าในสหรัฐ ผู้ใช้แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนที่ ดูเหมือนจะถูกกระตุ้นให้เกิดการชำระเงิน มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยแอปเปิ้ล อย่างไรก็ตามพวกเขาเตือนว่าผลที่ออกมาก็ไม่เด่นชัดในสหราชอาณาจักร อาจจะเป็นเพราะมี แอพพลิเคชันข่าว จำนวนมากในประเทศสามารถโหลดมาใช้ได้ฟรี และสิ่งพิมพ์บางประเภทสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า

_68261421_g1.gif

จากข้อมูลบ่งชี้ว่า:

• โดยเฉลี่ย 10% ของคนได้จ่ายเงินสำหรับข่าวในรูปแบบดิจิตอล โดยที่ประมาณหนึ่งในสามของลูกค้าที่จ่ายเงิน จะต้องจ่ายในจำนวนเงินที่สูงขึ้นกว่าปีก่อน
• นิตยสารออนไลน์มีแนวโน้มจะขายได้ง่ายกว่าข่าวออนไลน์ เนื่องจาก พวกเขาจะมีการวิเคราะห์ข่าวและความเห็นในรูปแบบที่แหล่งข่าวทั่วไปทำไม่ได้
• อิทธิพลของ yahoo มีผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์มากกว่า 11,000 คนจาก 9 ประเทศ
• ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จากในสเปน, อิตาลี, ญี่ปุ่นและในเมืองบราซิล จะสรุปได้ว่าอินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่สุดของพวกเขา แต่ในประเทศเยอรมนี, ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก, สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา สรุปว่าทีวียังคงมีอิทธิพลสูงที่สุด
• แต่โดยภาพรวม ในหมู่วัยรุ่นของทุกประเทศ (ยกเว้นฝรั่งเศส)
อายุน้อยกว่า-35ปี กล่าวว่าพวกเขานิยมแหล่งข่าวออนไลน์มากกว่า
ส่วนกลุ่มอายุมากกว่า-45ปี ยังคงนิยมโทรทัศน์เป็นอย่างมาก
• การสำรวจแสดงให้เห็นว่าเจ้าของแท็บเล็ตมีความเต็มใจที่จะซื้อข่าวออนไลน์มากกว่าคนอื่น ๆ
• การสำรวจยังชี้ให้เห็นว่าแบรนด์ใหม่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว บางครั้งมากกว่า แบรนด์เก่าๆ
• ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น, Yahoo ถูกระบุว่าเป็นแหล่งข่าวออนไลน์ยอดนิยม มากกว่าสื่อออฟไลน์ยี่ห้ออื่นๆ เช่น Fox News, Tokyo-based broadcaster NHK เป็นอย่างมาก
• แม้จะมีความหลากหลายของตัวเลือก จากการศึกษาพบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้ ยังคงนิยม สื่อเพียงจำนวนน้อยซึ่งทำให้สื่อเหล่านั้นยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างสูง
• อย่างน้อย 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศเยอรมัน, สเปน, อิตาลี, ฝรั่งเศส, บราซิลและในเมือง ญี่ปุ่น ตอบว่าพวกเขาไม่ได้สนใจที่เว็บไซต์ พวกเขาเพียงแค่มองไปที่เนื้อหาข่าวที่ว่าพวกเขาสนใจ

_68263963_g2.gif

• หนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้คนไม่สนใจใน Brand คือ Social Media
• การใช้งาน Social Media เป็นจำนวนมากของ สหรัฐอเมริกา สนับสนุนว่าผู้ใช้ไม่ได้สนใจที่เว็บไซต์ แต่สนใจที่เนื้อหาข่าว
• ในอิตาลี สเปน และ ตัวเมืองบลาซิล จากการศึกษายืนยันว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถาม บอกว่าแหล่งข้อมูลหลักในการอ่านข่าว มาจาก Social Network โดยจะเห็นได้จากการเติบโตอย่างเร็วของ Facebook, Tweeter และ Social Media อื่นๆ
• อิทธิพลที่เด่นชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนหนุ่มโดยเฉพาะในวัย อายุน้อยกว่า 35ปี เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด สำหรับการแชร์ข้อมูลข่าวออนไลน์ ผ่านทาง Social Media ในขณะที่วัยอื่น ๆ ยังมีปริมาณน้อยอยู่
• แต่เพียงเพราะผู้คนมากขึ้นมีการใช้สื่อสังคมก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาอ่านมัน
• ในสหราชอาณาจักร เว็บไซต์สื่อสิ่งพิมพ์ และสถานีโทรทัศน์ ตัดสินความน่าเชื่อถือของข่าวจาก มากหรือน้อย จากผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ โดยมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่บอกว่า มันมีเนื้อหาเหมือนกับใน Twitter และ Facebook

_68266730_trustworthy464x329.gif

• "ชื่อที่แข็งแกร่งและยาวนานไม่เพียงพออีกต่อไป" Mr Newman warned ได้กล่าวไว้
• ในฐานะที่เป็นสำหรับการเต็มใจที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องบนเครือข่ายสังคม, การศึกษาของผู้เขียนเชื่อว่าปัจจัยทางวัฒนธรรม ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด
• เช่นประเทศแถบละติน - บราซิล, สเปนและอิตาลี - ที่ผู้ใช้มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะแบ่งปันความคิดของพวกเขา
• แต่ในประเทศญี่ปุ่น, ยุโรปเหนือ, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, อังกฤษและเดนมาร์ก พวกเขาก็มีโอกาสน้อยมากที่จะแสดงความคิดเห็น

_68263965_s3.gif

การวิเคราะห์

ปัจจุบันการรับรู้ข้อมูลข่าวสารทาง Social Network มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการเติบโตของ Facebook, Tweeter มีแนวโน้มที่ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเหล่านี้เป็นจำนวนมาก มีความสนใจที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่าน Social Network ซึ่งจะมีประโยชน์ให้เกิดการรับรู้ข่าวสารที่รวดเร็ว แต่ Social Media ก็ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่สูง เนื่องจากเป็นช่องทางการกระจายข่าวสารได้ง่าย อาจทำให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสาร ซึ่งจะเป็นปัญหาสำคัญ ในอนาคตได้
โดยจากแนวโน้มการวิจัยเราจะเห็นได้ว่า การเผยแพร่ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่นนิตยสาร หนังสือพิมพ์ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเติบโต เป็นการให้บริการผ่านข้อมูลทางดิจิตอลผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต มีการซื้อขายข่าวผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้งานสามารถแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย มีช่องทางการรับรู้ข้อมูลที่มากขึ้น ซึ่งในอนาคตสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ หรือผู้มีความประสงค์จะเข้าสู่ธุรกิจนี้ควรที่จะไปให้ความสนใจ ในการดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางนี้มากขึ้น

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License