เรื่อง เทคโนโลยีใหม่ เปิดตัวไมโครอาร์จิเทคเจอร์ “ซิลเวอร์มอนท์” / ชื่อ Yanchun Mo / ID 5520221013

อินเทลเปิดตัวไมโครอาร์จิเทคเจอร์ “ซิลเวอร์มอนท์” ประสิทธิภาพสูง กินไฟน้อย

WP_000169.jpg

เมื่อเร็วๆนี้ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ได้มีการเปิดตัวเทคโนโลยี “ซิลเวอร์มอนท์” (Silvermont) ซึ่งเป็นไมโครอาร์จิเทคเจอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ประสิทธิภาพสูง เน้นการสนองตอบต่อระบบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการใช้พลังงานต่ำ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ ดังนั้น ซิลเวอร์มอนท์ จะกลายเป็นองค์ประกอบพื้นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่หลากชนิดที่จะเริ่มออกสู่ตลาดภายในปลายปีนี้ โดยใช้ขั้นตอนการผลิตทีทันสมัยที่สุดของอินเทลอย่าง Tri-gate SoC แบบ 22 นาโนเมตร (nm) ซึงจะทำให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอีกด้วย

ดาตี เพิร์ลมัตเตอร์ รองประธานบริหารและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของอินเทลกล่าวว่า “ซิลเวอร์มอนท์ คือการก้าวกระโดดครั้งสำคัญ รวมทั้งยังเป็นรากฐานใหม่ทงเทคโนโลยีสำหรับอนาคตที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของผลิตภัณฑ์และตลาดในเซ็กเมนท์ต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม” SoC แบบ 22 นาโนเมตร (nm) รุ่นตัวอย่าง ซึ่งประกอบด้วย “เบย์เทรล” (Bay Trail) และ “อะโวตัน” (Avoton) ได้รับการตอบรับในทิศทางที่ดีจากลูกค้า ส่วนในอนาคต เราจะพยายามพัฒนาไมโครอาร์จิเทคเจอร์ชนิดกินไฟต่ำ รุ่นใหม่ๆออกมาทุกปี”

ประสิทธิภาพของ ซิลเวอร์มอนท์

ซิลเวอร์มอนท์ ให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์ อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมไอที ผลงานดีไซน์ที่ลงตัวจะช่วยให้สามารถสนองตอบต่อความต้องการเพิ่มหรือลดประสิทธิภาพและอัตราการใช้พลังงานหลากชนิดได้อย่างคล่องตัว นอกจากนั้น ซิลเวอร์มอนท์ ยังช่วยให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงสุด 3 เท่าเมื่อเทียบกับคอร์ของอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่นปัจจุบัน หรือถ้าวัดที่ประสิทธิภาพเท่ากับจะใช้พลังงานต่ำกว่าถึง 5 เท่า
ซิลเวอร์มอนท์: ไมโครอาร์จิเทคเจอร์ เจนเนอเรชั่นใหม่

อินเทลออกแบบไมโครอาร์จิเทคเจอร์ ซิลเวอร์มอนท์ ที่มาพร้อมกับการปรับแต่งขั้นตอนการผลิต SoC แบบ 22 นาโนเมตร (nm) ของอินเทล โดยใช้ทรานซิสเตอร์รุ่นปฏิวัติวงการอย่าง 3D Tri-gate การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีระดับผู้นำวงการช่วยให้อินเทลสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นกว่าเดิม และยังปรับปรุงอัตราการใช้พลังงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย

จุดเด่นอื่นๆของไมโครอาร์จิเทคเจอร์ ซิลเวอร์มอนท์:

• กลไกการประมวลผล out-of-oder แบบใหม่ที่ช่วยทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานแต่ละชิ้นดีที่สุดในผลิตภัณฑ์ระดับเดียวกัน
• โครงสร้างมิลติคอร์และซิสเต็มแฟบริกรุ่นใหม่ช่วยทำให้ขยายได้มากถึง 8 คอร์ เพื่อรองรับประสิทธิภาพที่สูงขึ้น สำหรับระบบที่ต้องการแบนด์วิธที่มากกว่าเดิม ความล่าช้าระหว่างการทำงานต่ำและรวมทั้งกลไก out-of-oder ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รองรับการทำงานของระบบได้อย่างสมดุลและตอบสนองได้ดีขึ้น
• ชุดคำสั่ง IA และเทคโนโลยีรุ่นใหม่ช่วยทำให้ประสิทธิภาพการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นและการบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัยดีขึ้น เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์หลากประเภท ชุดคำสั่งเหล่านี้พัฒนามาจากแนวทางการทำงานของระบบ 64 บิทและซอฟต์แวร์ IA ที่มีอยู่อย่างมากมายของอินเทล
• ระบบบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อ intelligent burst, low-power-C status และขอบเขตการทำงานผันแปรที่กว้างขวางมากขึ้น ผ่านการใช้ประโยชน์จากทรานซิสเตอร์ 3D ของอินเทล โดยที่ Intel Burst Technology 2.0 รองรับการทำงานของระบบซิง

เกิลคอร์และมัลติคอร์ ที่ให้การตอบสนองที่ดีขึ้นสำหรับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

เบลลี กุตตานนา หัวหน้าทีมโครงสร้างสถาปัตยกรรมซีพียูอินเทลกล่าวว่า “ผลงานการดีไซน์ที่จับคู่กับเทคโนโลยีการผลิตของเราอย่างลงตัว ทำให้เราได้ ซิลเวอร์มอนท์ ที่ให้ประสิทธิภาพเหนือกว่าที่เรา
คาดหวังเอาไว้ การใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของเราในเรื่องการผลิตไมโครอาร์จิเทคเจอร์และเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย จนกระทั่งเราสามารถนำเสนอแพ็กเกจเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและอัตราการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างมาก และยังมีความถี่ของรอบการทำงานที่สูงขึ้นอีกด้วย เรารู้สึกภาคภูมิใจต่อความสำเร็จนี้ และเชื่อมั่นว่า ซิลเวอร์มอนท์ จะกลายเป็นรากฐานที่มั่นคงและยืดหยุ่นสำหรับ SoC กินไฟน้อยรุ่นใหม่ๆ ของอินเทลต่อไป”

สถาปัตยกรรมสำหรับระบบประมวลผลประเภทต่างๆbold text

อินเทลจะใช้ ซิลเวอร์มอนท์ เป็นพื้นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์หลากชนิดที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 22 นาโนเมตร (nm) ที่จะเริ่มจำหน่ายภายในปลายปีนี้ การปรับปรุงประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่ใช้ไมโครอาร์จิเทคเจอร์รุ่นใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะสร้างความแตกต่างอย่างมากในเรื่องประสิทธิภาพและการตอบสนองในการประมวลผล
SoC ของ “เบย์เทรล” (Bay Trail) ชนิดควอตคอร์ของอินเทลจะถูกนำไปใช้ในแท็บเล็ตที่จะเริ่มจำหน่ายในช่วงปลายปี 2556 นี้ แท็บเล็ตรุ่นใหม่จะมีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตรุ่นปัจจุบันของอินเทล การที่ซิลเวอร์มอนท์มีโครงสร้างที่ปรับเปลี่ยนได้ จะทำให้ผู้ผลิตสามารถนำแพลตฟอร์ม “เบย์เทรล” เวอร์ชั่นต่างๆไปใช้เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในเซ็กเมนท์ต่างๆได้ เช่น แล็ปท็อประดับเริ่มต้นใช้งาน และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะดีไซน์ล้ำสมัย

อินเทลจะดำเนินการจัดส่ง “เมอริฟิวด์” (Merrifield) ไปยังลูกค้าภายในปลายปีนี้ โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นและช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบัน นอกจากนี้ รูปแบบการทำงานที่อิงกับบริบทและบริการต่างๆที่มีความเฉพาะตัว ระบบเชื่อมต่อความเร็วสูงสำหรับเว็บสตรีมมิง แถมยังมีระบบป้องกันข้อมูล อุปกรณ์ และข้อมูลส่วนตัวที่ดีกว่าเดิมอีกด้วย

ส่วนแพลตฟอร์ม “อะโวตัน” (Avoton) ของอินเทลจะช่วยทำให้ไมโครเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูลและปริมาณงานที่ขยายขอบเขตอยู่ตลอดเวลาในดาต้าเซ็นเตอร์มีประสิทธิภาพต่อวัตต์เพิ่มสูงขึ้น และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ “อะโวตัน” คือ SoC อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่นที่สองของอินเทล ซึ่งมีคุณสมบัติเต็มรูปแบบสำหรับผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ลูกค้าต้องการ อาทิ การทำงานแบบ 64 บิต, integrated fabric, error code correction, เทคโนโลยี อินเทล เวอร์ชวลไลเซชั่น และทำงานสอดคล้องกับซอฟต์แวร์หลากชนิด ส่วน “Rangeley” เน้นรองรับการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายและ
ระบบสื่อสาร สำหรับเราท์เตอร์ สวิตช์ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยระดับเริ่มต้นใช้งานไปจนถึงระดับล่าง โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดนี้จะเริ่มจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
นอกจากนั้น อินเทลกำลังพัฒนาไมโครอาร์จิเทคเจอร์ “แฮสเวลล์” (Haswell) แบบ 22 นาโนเมตร (nm) เจนเนอเรชั่นถัดไปให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นสำหรับอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เพื่อรองรับการทำงานเต็มประสิทธิภาพของพีซีควบคู่ไปกับการใช้พลังงานที่ลดลงสำหรับพีซีชนิด “2-in-1” และอุปกรณ์โมบายอื่นๆภายในปีนี้ รวมถึงแผนการปรับปรุงโปรเซสเซอร์ตระกูล อินเทล ซีออน สำหรับดาต้าเซนเตอร์ให้หันมาใช้เทคโนโลยีการผลิต 22 นาโนเมตร (nm) ด้วย เพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์และคุณสมบัติอื่นๆดีขึ้น

เพิร์ลมัตเตอร์กล่าวว่า “การใช้ประโยชน์จากไมโครอาร์จิเทคเจอร์ ซิลเวอร์มอนท์ และ แฮสเวลล์ช่วยทำให้อินเทลสามารถที่จะจัดสรรผลิตภัณฑ์และรูปแบบการใช้งานที่รองรับความต้องการของระบบประมวลผลได้อย่างครอบคลุมทุกระดับ”

ภาพบรรยากาศภายในงาน Intel Mobility Day 2013bold text

Intel.jpg

เดวิด แมคคลอสกี้ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และธุรกิจ บริษัท อินเทล ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และ เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด
สรุป

ž การใช้ประโยชน์จากไมโครอาร์จิเทคเจอร์ ซิลเวอร์มอนท์ และ แฮสเวลล์ช่วยทำให้สามารถที่จะจัดสรรผลิตภัณฑ์และรูปแบบการใช้งานที่รองรับความต้องการของระบบประมวลผลได้อย่างครอบคลุมทุกระดับ จะช่วยให้การใช้งานอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้นในการใช้งานและพัฒนาประสิทธิภาพ ทั้งในด้านติดต่อธุรกิจการทำงานและการใช้ชีวิตของคนในปัจุบัน ช่วยให้เกิดการพัฒนาในอุสาหกรรมด้านต่างๆมากขึ้นด้วย

ž ที่มา http://www.hardwarezone.co.th/tech-news/view/2275

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License