การตลาดด้วยอีเมลล์ ( Email Marketing ) / ชื่อ น.ส.บุษราคัม พรมชัย ID: 5520221028

การตลาดด้วยอีเมล์ ( Email Marketing )
เนื้อหาข่าว : วันที่ 07 June 2013

image003_zps1f549eb8.jpg

นี่คือความจริงและสถิติที่จะทำให้คุณไม่แปลกใจ ที่ธุรกิจเพื่อคนยุคฮัลโหลอย่าง E-mail Marketing ถูกสำรวจพบว่าจะมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016
บทความที่นำเสนอในวันนี้มาจากเว็บไซต์ Dekh.com ที่ได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกในการทำการตลาดผ่านอีเมล (E-mail Marketing) รวมไปถึงยังอัพเดทแนวโน้มการใช้งานอีเมลล่าสุดในปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับนักธุรกิจและนักการตลาดได้นำไปใช้เพื่อวิเคราะห์ และวางแผนสำหรับการทำการตลาดในอนาคต
เว็บไซต์ Dekh.com รายงานว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีจำนวนผู้ใช้งานอีเมลรวมกันสูงถึง 3,600 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 25% ของประชากรทั่วโลก ซึ่งในแต่ละวันมีการรับส่งอีเมลเฉลี่ยสูงถึง 112 ฉบับต่อคนต่อวัน หรือคิดจำนวนกว่า 9 หมื่นล้านฉบับต่อปี โดยอีเมลนับว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งมีสัดส่วนการใช้งานสูงถึง 85% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
และนอกจากอีเมลยังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังถูกใช้เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาดที่มีสัดส่วนการใช้งานสูงสุดมาเป็นอันดับ 1 ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 81% รองลงมาเป็น SEO (68%) Event Marketing (64%) Press Release (57%) โฆษณาออนไลน์ (40%) และ Direct Mail (39%)

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ E-mail Marketing ได้รับความนิยมและถูกใช้เป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง คือ ใช้เงินในการลงทุนน้อย, สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย, สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด, และสามารถประเมินผลการใช้งานได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้อีเมลยังเป็นช่องทางในการทำการตลาดที่มีค่า ROI และ CTR เฉลี่ยสูงกว่าช่องทางอื่น โดยผลการสำรวจพบว่า E-mail Marketing มีค่า ROI สูงสุดอยู่ที่ 40 เหรีญสหรัฐต่อการลงทุน 1 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ช่องทางอื่นอย่าง Keyword Ads และป้ายโฆษณากลับมีค่า ROI เฉลี่ยไม่เกิน 17 เหรียญสหรัฐเท่านั้น นอกจากนี้ค่า CTR ในการทำการตลาดบนอีเมลยังพบว่า มีอัตราส่วนสูงกว่าช่องทางอื่นอยู่หลายเท่าตัว โดย E-mail Marketing มีค่า CTR สูงถึง 5% ตามมาด้วยป้ายโฆษณาที่มีค่า CTR รองลงมาอยู่ 1.8% และ Rich Media Ads 0.14%
ส่วนในอนาคตเชื่อว่าการทำ E-mail Marketing ยังคงเป็นรูปแบบในการทำการตลาดที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในอันดับต้นๆ โดยบริษัทวิจัย Forester ของสหรัฐฯมีการประเมินว่า ในปี 2016 จะมีเงินลงทุนในการทำการตลาดผ่านอีเมลรวมกันสูงถึง 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

3 เทคนิคที่ไม่ควรมองข้ามในการทำตลาดแบบ Email Marketing

image005_zps65630bd8.jpg

การตลาดผ่านอีเมลหรือ E-mail Marketing เป็นช่องทางในการทำตลาดดิจิตอลที่หลายคนคุ้นเคยกันดี แต่ถึงแม้ประวัติศาสตร์การส่งอีเมลโฆษณาจะมีอายุนานหลายสิบปี ก็ยังพบว่ามีปัญหาที่ผู้รับส่วนใหญ่คิดว่าอีเมลที่ได้รับเป็นเมลรบกวน รวมไปถึงอีเมลบางส่วนไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก เช่น มีจำนวนการเปิดอ่านและยอดคลิกผ่านโฆษณา (CTR) ที่ค่อนข้างต่ำ ปัญหาเหล่านี้อาจเบาบางลงถ้าใช้เทคนิคจากเว็บไซต์ Marketingshow.com ซึ่งอุดมไปด้วยแนวทางในการทำการตลาดผ่านอีเมลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เทคนิคข้อแรกที่ Marketingshow.com นำเสนอคือ หลีกเลี่ยงการส่งเมลรบกวนหรือสแปมเมลถึงผู้รับที่ไม่เคยมีการติดต่อหรือยินยอมให้มีการส่งอีเมลมาก่อน โดยการส่งอีเมลแต่ละครั้งต้องมั่นใจว่าผู้รับมีการยินยอมและอนุญาตให้ส่งอีเมลถึง ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยลงทะเบียนหรือเคยให้ข้อมูลอย่าง ชื่อและอีเมลเพื่อขอรับข่าวสารมาแล้วก่อนหน้านี้ (Opt-in Program) ซึ่งการส่งอีเมลถึงผู้รับเฉพาะที่มีรายชื่ออยู่ใน Opt-in Program ก็จะช่วยเพิ่มแนวโน้มในการเปิดอ่านเพิ่มมากขึ้น
เทคนิคต่อมาคือการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำตลาดผ่านอีเมล ข้อแนะนำคืออย่ากลัวที่จะเสียเงินเพื่อให้อีเมลที่ส่งไปสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น และมีการปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าแต่ละคนมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้จากการลงทุน
จากสถิติเมื่อปี 2011 พบว่าในการลงทุนทุก 1 เหรียญสหรัฐฯ หมายถึงผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่จะได้กลับมาสูงถึง 40.56 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนับว่าเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนที่ค่อนข้างคุ้มค่า นอกจากนี้ใน 2012 ที่ผ่านมาการลงทุนในการทำตลาดผ่านอีเมลยิ่งได้รับความสนใจจากบริษัทจำนวนมากในสหรัฐฯจนมีมูลค่าการลงทุนรวมกันสูงถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ปิดท้ายด้วยเทคนิคในการสื่อสารผ่านอีเมล โดย 2 ส่วนหลักในการทำตลาดผ่านอีเมลที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือหัวข้อและเนื้อหาในอีเมล ซึ่งหัวข้อของอีเมลที่ใช้ควรเป็นข้อความที่สามารถสื่อความหมายได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่ายและดึงดูดความสนใจ รวมไปถึงยังมีการแสดงถึงความเคารพและจริงใจต่อผู้รับ ส่วนเนื้อหาที่ใช้ภายในอีเมลควรเป็นเนื้อหาที่มีประโยชน์และสามารถสื่อสารได้อย่างตรงประเด็น
นอกจากนี้ Marketingshow.com ยังได้สำรวจถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานอีเมล โดยพบว่า วันอังคาร-พุธ-พฤหัสบดี รวมไปถึงช่วงเวลาประมาณ 8:00-9:00น.และ 15:00-16:00น. เป็นช่วงเวลาที่อีเมลถูกเปิดอ่านและมีอัตราการคลิกผ่านโฆษณา (CTR) สูงที่สุด ในขณะที่วันจันทร์จัดว่าเป็นวันที่อีเมลถูกเปิดอ่านและมียอดอัตราการคลิกผ่านโฆษณาต่ำที่สุด
อย่าลืมนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มแนวโน้มการเปิดอ่านอีเมล

อลวน Email Marketing ชายอ่านเมลบนมือถือบ่อย แต่หญิงกลับคลิกลิงก์ในอีเมลมากกว่า

image007_zpsc6e5519f.jpg

นี่คือเรื่องราวอลวน 1 เดียวของการสำรวจล่าสุดเรื่อง E-mail Marketing เพราะในบรรดาผลสรุปที่ชี้ว่านักการตลาดยังเชื่อมั่นในกลยุทธ์ E-mail Marketing เต็มเปี่ยม ปรากฎว่ามีผลข้อหนึ่งที่อาจทำให้นักการตลาดงงว่าควรทำอย่างไรดี ในเมื่อผู้ชายคือฝ่ายที่คลิกอ่านอีเมลบนอุปกรณ์มือถือมากกว่าหญิงถึง 20% แต่ผู้หญิงกลับมีปริมาณการคลิกลิงก์ในอีเมลมากกว่าชายราว 10%
ถึงแม้ว่ากลยุทธ์การทำ E-mail Marketing หรือการทำการตลาดผ่านอีเมลจะยังมีรูปแบบคงเดิมและไม่มีการเคลื่อนไหวใหญ่โต แต่ E-mail Marketing ก็ยังคงกลยุทธ์ในการทำการตลาดที่เหล่านักการตลาดและนักธุรกิจส่วนใหญ่ต่างให้ความเชื่อมั่น ว่าเป็นรูปแบบในการทำการตลาดที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพมากที่สุดอยู่ในเวลานี้
ProMarketing Leads รายงานว่าปัจจุบันการทำการตลาดแบบ E-mail Marketing สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment) ได้สูงถึง 44 เหรียญสหรัฐต่อการลงทุน 1 เหรียญ และนักการตลาดอีกกว่า 80% ยังระบุว่า การทำ E-mail Marketing เป็นช่องทางที่สามารถเชื่อมโยงเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ได้ถึง 81% อีกทั้งยังเพิ่มชื่อเสียงและการรับรู้ถึงแบรนด์ได้มากถึง 78%
นอกจากนี้อีเมลยังเป็นช่องทางออนไลน์ที่ถูกใช้เพื่อเชื่อมโยงและติดต่อกันระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับ 1 (56%) รองลงมาเป็นช่องทางอื่นๆ (44%) Facebook (1.3%) และ Twitter (0.7%) โดยการเชื่อมโยงและติดต่อกันระหว่างแบรด์กับผู้บริโภคผ่านอีเมลเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 11.8 แบรนด์ ในขณะที่ช่องทางออนไลน์อื่นอย่าง Facebook และ Twitter กลับมีการเชื่อมโยงกับรองลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ Facebook จำนวน 9.4 แบรนด์และ Twitter 7.9 แบรนด์เท่านั้น
และสาเหตุสำคัญที่ช่วยเสริมให้การทำ E-mail Marketing ยังคงได้รับความนิยมความนิยมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสความนิยมของการใช้งานมือถือในปัจจุบันที่เพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดโทรศัพท์มือถือกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ในการใช้งานอีเมลที่มีจำนวนผู้ใช้งานรวมกันแล้วกว่า 70 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 43% ของการใช้งานอีเมลทั้งหมด ในขณะที่ช่องทางอื่นในการใช้งานอีเมลที่เคยเป็นที่นิยมอย่างคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop) และ Webmail กลับมีจำนวนการใช้งานรองลงมาอยู่ที่ 32% และ 25% ตามลำดับ ปัจจุบันผู้ใช้งานอีเมลบนมือถือส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งล่าสุดมีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ 50% ในขณะที่เพศชายกลับมีจำนวนลดลงตามหลังอยู่ที่ 45% โดยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้งานอีเมลระหว่างเพศชายและหญิงพบว่า ผู้ชายเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการเปิดอ่านอีเมลสูงกว่าฝ่ายหญิงราว 20% แต่กลับกลายเป็นผู้ใช้งานเพศหญิงที่นิยมการคลิกเข้าไปดูเว็บไซต์บนอีเมลสูงกว่าผู้ชายอยู่ 10% ผลสำรวจบรรทัดสุดท้าย จึงอาจทำให้นักการตลาดงงได้ว่าควรทำ E-mail Marketing กับกลุ่มเป้าหมายหญิงหรือชายดีหนอ?

image011_zpsf5a5f198.jpg

แหล่งที่มาของข่าวและแหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://thumbsup.in.th/2013/06/email-marketing-2013-and-beyond/
http://thumbsup.in.th/2013/02/3-things-for-email-marketing/
http://thumbsup.in.th/2013/05/scoop-email-marketing/
http://thumbsup.in.th/2013/02/3-things-for-email-marketing/emailmarketing1/
http://www.dekh.com/

วิเคราะห์และสรุปบทความ

ถ้าหากพูดถึงยุคโลก Online อย่างเช่นทุกวันนี้ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำการตลาดก็เป็นช่องทางที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ Email ซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายและยังพบว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังใช้ Email ในการติดต่อสื่อสารอยู่เป็นจำนวนมาก และสาเหตุสำคัญที่ทำให้ E-mail Marketing ได้รับความนิยมและถูกใช้เป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง คือ ใช้เงินในการลงทุนน้อย, สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย, สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด, และสามารถประเมินผลการใช้งานได้อย่างชัดเจน

จากบทความข้างต้นที่มีการพูดถึงการตลาดด้วยอีเมล์หรือ Email Marketing นอกจากหัวข้อของ Email ที่ดึงดูดใจ เนื้อหาที่ร้อนแรง และมีข้อเสนอที่โดดเด่น สิ่งที่สำคัญที่สุดและขาดไปไม่ได้ก็คือ กลุ่มเป้าหมาย ที่เราจะส่งอีเมลให้ ซึ่งส่วนตัวเล็งเห็นว่ามีข้อแนะนำที่จะช่วยให้สามารถเพิ่มจำนวนรายชื่อ Email Address กลุ่มตัวอย่างได้มากขึ้น
นอกจากการชวนให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ทิ้งอีเมล์เอาไว้ และการเก็บอีเมล์ที่ลูกค้าใช้สั่งซื้อสินค้า สิ่งสำคัญในการรวบรวม Email Address ให้ได้จำนวนมาก คือการคิดนอกกรอบให้ได้ โดยสิ่งแรกที่นักการตลาดควรมองมุมใหม่คือ “อย่าใช้หน้าต่าง Pop Upในเก็บ Email เว็บไซต์หลายแห่งเลือกจะใช้หน้าต่าง Pop Up เยอะแยะเต็มไปหมดเพื่อเก็บอีเมลแอดเดรสของผู้ใช้ แน่นอนว่าผู้ใช้อาจรู้สึกว่าน่ารำคาญ ขณะเดียวกัน ปัจจุบันโปรแกรมมากมายสามารถบล็อกหน้าต่าง Pop Upได้ ดังนั้นนักการตลาดในปัจจุบันจึงหันมาใช้ Popover แทนหน้าต่าง Pop Up ซึ่ง Popover นั้นสามารถปรับแต่งได้มาก เช่นอาจเลือกให้ปรากฎขึ้นเมื่อผู้ใช้ชมเว็บไซต์ไปสักระยะ ซึ่งถ้ามองแล้ว Popover น่าจะดีกว่า Pop Up ที่ไม่สร้างความรำคาญให้ผู้ใช้ ซึ่งก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้บริการเต็มใจที่ใช้หรือให้ข้อมูลมากยิ่งขึ้น

image009_zps24b7da11.jpg

สรุปข้อดีและข้อเสียของการใช้ Email ในการทำ marketing

ข้อดี
- ใช้เงินในการลงทุนน้อย ; ซึ่งเมื่อเทียบกับการทำการตลาดผ่านช่องทางอื่นอย่างเช่น Event Marketing หรือ โฆษณาออนไลน์ ซึ่งค่อนข้างมีต้นทุนที่สูง มิหนำซ้ำเรายังไม่สามารถควบคุมหรือประเมิณผลได้อย่างชัดเจน แตกต่างจาก Email ที่เราสามรถควบคุมและติดตามประเมินผลการใช้งานได้ดีกว่า
- สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย ; เนื่องจาก Email เป็นช่องทางที่เข้าถึงง่ายจึงมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากและหลากหลายกลุ่ม ดังนั้นการทำการตลาดในส่วนนี้จึงเป็นส่วนช่วยให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายตามการใช้งานของทุกกลุ่ม Email ซึ่งส่งผลดีให้เราสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและหลากหลายกลุ่ม มีผลให้เราสามารถสร้างโอกาสในการทำการตลาดได้เป็นอย่างดี
- สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด ; เนื่องจากเป็นการส่งสื่อถึงบุคคลเป็นการส่วนตัวผ่าน Email ดังนั้นโอกาสในการสื่อสาร หรือส่งสารถึงลูกค้าจึงมีความใกล้ชิดและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุด
- สามารถประเมินผลการใช้งานได้อย่างชัดเจน ; เนื่องจากการส่ง Email ถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ทางผู้ทำการตลาดเองก็สามารถติดตามประเมินผลได้อย่างชัดเจนคือ อาจจะดูได้จาก จำนวนการเปิดอ่าน หรือการคลิกตามลิงค์ที่แนบไป ก็จะทำให้เราสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาประมวนผลและติดตามการทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสีย
- มีปัญหาที่ผู้รับส่วนใหญ่คิดว่าอีเมลที่ได้รับเป็นเมลรบกวน หรือ SPAM
- Email บางส่วนไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก เช่น มีจำนวนการเปิดอ่านและยอดคลิกผ่านโฆษณา (CTR) ที่ค่อนข้างต่ำ

Y35- Budsarakham Promchai 5520221028

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License