US cloud providers may have a harder time in Europe following NSA revelations

cloud providers อเมริกา อาจเผชิญกับปัญหาหนักกับทางยุโรป หลังการเปิดเผยข้อมูลลับของ NSA (National security agency)

1371698532_0.35208700.jpg

จากข่าวลือที่ออกมาของ NSA เกี่ยวกับโปรแกรม Prism ที่มี Spy มาสอดแนม “Verizon” เครือข่ายการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของอเมริกา โดยได้รับคำสั่งจากตุลาการให้บันทึกข้อมูลการสนทนาของลูกค้า เพื่อป้องกันการก่อการร้าย โดยมิได้แยกว่าจะดักฟังการสนทนาจากบุคคลทั่วไป หรือผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ก่อการร้าย
จากข่าวลือที่ออกมามีผลต่อการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารต่อประชาชนอเมริกาอย่างมาก เนื่องด้วยพวกเขาคิดว่า แม้ว่าอุตสาหกรรมทางด้านเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารจะไปได้ไกลเพียงใด แต่ดูเหมือนว่าหากรัฐบาลต้องการจะเจาะข้อมูลอะไรก็สามารถทำได้ ประชาชนจะไม่เกิดความไว้วางใจขึ้นในการใช้เทคโนยีการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะปัจจุบันมี cloud เข้ามาเป็นเหมือนแหล่งเก็บข้อมูลกลาง ทำให้ประชาชนคิดว่าหากวันหนึ่งรัฐบาลต้องการตรวจสอบอะไร ก็สามารถยึด server ที่มีข้อมูลจาก cloud ได้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความระแวงของกลุ่มบุคคล หรือบริษัทที่ใช้ cloud ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลที่เป็น confidential ของบริษัทได้
แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้ได้มีเอกสารยืนยันจากรัฐบาลที่มีการแอบบันทึกข้อมูลการสื่อสารส่วนบุคคลไว้ว่า จะทำการบันทึกเฉพาะบุคคลที่ต้องสงสัยที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการก่อการร้ายเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้เครือข่าย Verizon ก็ยังสับสนเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัว ณ จุดนี้
จากข่าวลือ NSA นี้จึงมีผลกระทบอย่างมากทางกลุ่ม European cloud provider พวกเขามองว่ากลุ่มคนจะไปเลือกใช้บริการ Web อื่นๆที่ค่อนข้าง local ดีกว่าจะมาใช้บริการ Web ที่มีชื่อไม่ว่าจะเป็น Amazon และ Rackspace ซึ่งน่าจะเป็นเป้าของโครงการ Prism ที่จะทำการเจาะข้อมูลมากกว่า Web local ทั่วๆไป แต่อย่างไรก็ตาม Amazon และ Rackspace ก็ออกมายืนกรานว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Prism เลย
ประเด็นการเจาะข้อมูล cloud ของรัฐบาลอเมริกาจึงเป็นประเด็นร้อนที่เกิดการถกเถียงกันมาก เพราะพวกเขามิได้มองเพียงแค่ว่ารัฐบาลสามารถเจาะดูบันทึกการสนทนาของ Verizon หรือดูข้อมูลของ Cloud ได้ พวกเขายังมองว่าแล้วข้อมูลบน servers ของSocial media อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, Microsoft, Yahoo, Apple และ Skype จะมีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวมากน้อยแค่ไหน
Robert Jenkins, CEO ของ Swiss company CloundSigma ได้ให้ความเห็นว่าข่าวลือที่ออกมานี้จะส่งผลเสียหายต่อบริษัทในอเมริกาอย่างมากทางด้านการแข่งขันกับต่างประเทศเนื่องด้วยลูกค้าก็จะให้ความเชื่อถือต่อบริษัทน้อยลง ส่วนทางด้าน Christenson CEO ของ City Network จาก Sweden ก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับข่าวลือ Program Prism ว่า ข่าวนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ใช้ Internet อย่างมาก เนื่องด้วยมีจำนวนลูกค้ามากรายต้องการเก็บข้อมูลไว้ในประเทศสวีเดน แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นนี้ สิ่งที่เขาต้องการมากในตอนนี้คือความมั่นใจ ซึ่งกว่าที่ Christensen จะตั้งบริษัทและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าได้นั้นต้องใช้เวลาถึง 3-4 ปี แต่เมื่อมีประเด็นนี้เกิดขึ้น ทำให้ความมั่นใจที่ลูกค้ามีหายไปเหมือนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

วิเคราะห์

จากข้อมูลข้างต้น กล่าวถึงความหวาดระแวงของผู้ใช้ cloud ในการที่รัฐบาลสามารถไปเจาะข้อมูล ทำให้ผู้ที่เคลื่อนย้ายข้อมูลไปยัง cloud เกิดความไม่มั่นใจ ซึ่งข่าวลือที่ออกมาเกี่ยวกับ Program PRISM ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ cloud แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าบริษัทหรือองกรณ์สามารถ protect privacy data หรือข้อมูล Confidential อื่นๆ จากการใช้ cloud ได้ การสร้างรหัสของข้อมูลก่อนเข้าสู่ cloud ซึ่งอาจตั้งขึ้นมา 3 ด่าน 3 รหัส ก่อนเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน จากการศึกษาข้อมูล มีบางบริษัทต้องทำการ Code รหัสให้ถูกต้องทั้ง 3 ด่าน จึงจะเข้าสู่ data ได้ ซึ่งเป็นการ protect การเข้าถึงข้อมูลได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งหากรัฐบาลหรือ Unauthorized third party ต้องการ Hack ข้อมูล ก็ต้องปลดรหัสให้ได้ครบจึงจะเข้าไปดูข้อมูลได้ อย่างไรก็ดี ผู้จัดทำมองว่าหากคุณไม่ได้ทำธุรกิจที่เป็นภัยร้ายแรงต่อชาติ เช่น การสร้างขีปนาวุธ หรือทำระเบิดนิวเครียร์ หรือมิได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย คุณก็ไม่จำเป็นต้องมากังวลว่ารัฐบาลจะเข้ามาเจาะดูข้อมูลของคุณเพื่อตรวจสอบการก่อการร้าย เพราะเท่าที่อ่านบทความมา การที่รัฐบาลต้องเข้ามาตรวจสอบ เค้ามีประเด็นหลักเพื่อป้องกันการก่อการร้ายที่อาจเข้ามาทางช่องทางต่างๆ และต้องการรักษาความปลอดภัยของประเทศเท่านั้น หรือหากบุคคลหรือบริษัทมองว่าข้อมูลบริษัทเป็น Confidential และยังเกิดความหวาดระแวงว่าอาจมีผู้ไม่หวังดี copy ข้อมูลไป คุณก็ไม่จำเป็นต้องย้ายข้อมูลไปยัง cloud คุณควรเลือกข้อมูลเฉพาะเท่าที่คุณเห็นว่าสมควรก็ได้

แต่อยากให้มองไปที่ประโยชน์การใช้งานของ cloud ซึ่งมีนานัปการ จะขอกล่าวโดยสรุปดังต่อไปนี้

Cloud: คือการทำงานร่วมกันของเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก โดยแบ่งชั้นการประมวลผลออกจากชั้นเก็บข้อมูล

1371699035_0.48753900.jpg

ชั้นการประมวลผล (Computing layer) เป็นการร่วมกันทำงานของเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก แม้มีเซิร์ฟเวอร์ใดเสียหาย ก็จะไม่มีผลกับการใช้งานของลูกค้า เพราะจะสวิทช์การทำงานไปยังเซิร์ฟเวอร์ตัวอื่นแทนโดยอัตโนมัติในทันที เว็บหรือเซิร์ฟเวอร์เสมือนของท่านจะทำงานประมวลผลในชั้นนี้ ซึ่งระบบจะแบ่งทรัพยากร CPU, Memory ให้ตามจำนวนที่ท่านใช้งาน และแยกทรัพยากรกับผู้อื่นอย่างชัดเจน พร้อม Firewall ป้องกันระบบของท่านจากผู้ใช้อื่น

ชั้นเก็บข้อมูล (Storage layer) เป็นการทำงานร่วมกันของระบบเก็บข้อมูลแบบ SAN ที่มีความเสถียร และความเร็วสูง โดยสามารถย้ายไปใช้งาน SAN สำรองได้ทันทีที่เกิดเหตุขัดข้องเสียหายของอุปกรณ์หลัก โดยส่วนใหญ่จะใช้ SAN อย่างน้อย 2 ตัว ซึ่งมีข้อมูลที่เหมือนกัน (Replicate) ตลอดเวลา ข้อมูลต่างๆ ของลูกค้าจะถูกเก็บไว้ที่ชั้นนี้
เครือข่ายเน็ตเวิร์คความเร็วสูง จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างชั้นการประมวลผล และชั้นเก็บข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างทันใจตลอดเวลา

ระบบ Cloud บางแบบยังรองรับการขยายหรือหดตัวโดยอัตโนมัติสำหรับเซิร์ฟเวอร์เสมือน หรือเว็บของลูกค้า เมื่อการใช้งานเพิ่มหรือลด ตามที่ได้กำหนดไว้

ดังนั้น ด้วยระบบ Cloud แท้จริง โดยการทำงานร่วมกันของเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก และการแยกส่วนของการทำงานแบบเป็นระบบนี้ ทำให้การทำงานของเว็บหรือเซิร์ฟเวอร์ไม่ติดขัด และมั่นใจได้ตลอดเวลา แตกต่างจากเว็บโฮสติ้ง หรือ เซิร์ฟเวอร์ธรรมดาทั่วไป ที่หากเกิดการติดขัดเสียหายของอุปกรณ์นั้นๆ ก็จะทำให้การทำงานหยุดลงโดยไม่มีระบบทดแทน

และจากประโยชน์นานัปการนี้ก็มีผู้ใช้ประโยชน์จาก Cloud และประสบความสำเร็จมากมาย ตัวอย่างส่วนหนึ่งของระบบหรือบริษัทที่กำลังใช้ Cloud Computing ได้แก่ ระบบ Timesmachine ของ New York Times ที่ใช้บริการของ Amazon EC2 ในการสังเคราะห์ข่าวและจัดเก็บข่าวตั้งแต่ ค.ศ.1851 ทั้งนี้การรวบรวมข่าวจำเป็นต้องมีการแปลงข้อมูลของข่าว และเนื่องจากข่าวมีจำนวนมหาศาลจึงต้องใช้พลังในการประมวลผลเพิ่มมากขึ้นตาม ไปด้วย และจำเป็นต้องใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับบันทึกข่าวเหล่านี้

เว็บยอดนิยมอย่าง Facebook ก็เลือกใช้ Amazon EC2 สำหรับการขยายความสามารถของระบบให้รองรับจำนวนผู้ใช้จำนวนมากที่เข้ามาใช้ Facebook Apps(application ที่บริการบน Facebook)พร้อมๆกัน

จากข้อมูลเบื้องต้นของประโยชน์ Cloud และตัวอย่างบริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการใช้งาน cloud อาจจะพอเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้ cloud ต่อไปได้ว่าคุณจะมองเห็นประโยชน์หรือโทษจากข่าวลือที่เกิดขึ้น

ที่มา: **Computerworld June 14, 2013 **

http://www.computerworld.com/s/article/9240063/US_cloud_providers_may_have_a_harder_time_in_Europe_following_NSA_revelations
By Mikael Ricknas

เพิ่มเติม:

http://www.bkk1.in.th/Topic.aspx?TopicID=983

จัดทำโดย

นางสาววินิตา รัตนวราหะ รหัส 5520221030

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License