Would a smartphone 'killswitch' deter thieves? / นางสาวแวววดี แววหงษ์ ID: 5520221036

Would a smartphone 'killswitch' deter thieves?

130613135105-stolen-smart-phone-620xa.jpg
Smartphone thefts are on the rise. Some law enforcers think Apple, Samsung and others need to do more to deter mobile device crime.

NEW YORK (CNNMoney)
As violent crime tied to smartphone theft continues to rise nationwide, law enforcers are publicly calling on manufacturers to install "killswitch" technology that would render a stolen device useless.
The "Secure Our Smartphones" initiative, spearheaded by New York Attorney General Eric Schneiderman and San Francisco District Attorney George Gascón, officially launched on Thursday. The goal is to make smartphones less valuable to thieves, who can currently sell stolen devices on the black market for hundreds of dollars.

That big payoff for often little effort, dubbed "Apple picking" because iPhones typically attract the most money, has led to a shocking crime wave. Last year, about half of all robberies in San Francisco involved a mobile device. Phone-theft victims in several cities have been killed.
To address this, Schneiderman summoned executives from smartphone companies Apple (AAPL, Fortune 500), Google (GOOG, Fortune 500), Samsung and Microsoft (MSFT, Fortune 500) to his office in New York City on Thursday. The meeting was closed, but Schneiderman held a press conference before the summit to detail what lawmakers want.
"Our parameters for success are clear," Schneiderman said. He added later that "smartphone makers need to make every stolen phone a paperweight" — that is, once a device is marked as stolen, it cannot be reactivated.
He stressed that any anti-theft technology needs to be "universal to all phones," and that he thinks "this problem is solvable within a year." Next year's devices should have such technology installed, Schneiderman added.
Lawmakers are putting pressure on smartphone manufacturers after an effort by carriers last year to deter crime did not work. Wireless association CTIA attempted to create a database of smartphones reported as stolen, but Schneiderman referred to that program as a "failure," as thefts continued to rise.
Gascón was blunt about his view on smartphone makers' responsibility, saying they have "a moral obligation" to address the problem.

He was also skeptical of Apple's new Activation Lock feature, which was announced Monday and will be part of Apple's upcoming iOS 7 operating system. Activation Lock requires a user to log in with the phone's associated Apple credentials in order to reactivate the device.
Gascón said he didn't think that "will get us quite where we need to go, but it's a step in the right direction." He added that they would reserve judgment until they have a better understanding of the technology, but he again stressed that lawmakers are pushing for a true "killswitch."
Schneiderman made it clear that he won't rule out legal action if the manufacturers refuse to make changes. Samsung declined to comment, while Microsoft and Google did not reply to a request for comment. Apple released a statement pointing out that the company launched its "Find My iPhone" feature back in 2009, which gives customers "more control" and acts as a theft deterrent.
Schneiderman and Gascón clearly want more, though. What such anti-theft technology will look like depends on smartphone makers. But even a killswitch may not completely end smartphone crime. If we've learned anything about modern technology, it's that any system is hackable — and even a deactivated, "bricked" phone can be sold for parts.
But Kevin Mahaffey, the co-founder of security tech company Lookout — which is advising Schneiderman and Gascón on the smartphone theft issue — said putting barriers between thieves and easy money is the key to deterring much of the current street crime. If a thug needs to pay a hacker a few hundred dollars to reactivate a bricked device, that should lessen the incentive to steal.
"From a security standpoint, there are always ways around any system," Mahaffey said. "There is no silver bullet. But these thieves are not technologically savvy, most of the time — and if you layer different solutions together it can make a huge difference. At this point, implementing any smart solution is better than the situation we have now."

First Published: June 13, 2013: 2:52 PM ET
Source :http://money.cnn.com/2013/06/13/technology/mobile/smartphone-theft/index.html

สรุปบทความ

Killswitch จะป้องกันการขโมยสมาร์ทโฟนได้หรือไม่

การโจรกรรมโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนส่งแรงกดดันไปยังผู้ผลิตบริษัทมือถือยีกษ์ใหญ่ เช่น Apple , Samsung เพื่อสร้างระบบป้องกันการโจรกรรมอุปกรณ์สื่อสาร
การโจรกรรมสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ทำให้สาธารณชนเรียกร้องให้ผู้ผลิตบริษัทเมื่อถือติดตั้งเทคโนโลยี Killswitch เพื่อทำให้อุปกรณ์ไร้สายที่ถูกขโมยไปไร้ประโยชน์
“ การรักษาความปลอดภัยของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน “ ได้ถูกริเริ่มอย่างเป็นทางการ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (13 มิถุนายน 2556 ) โดยนาย Eric Schneiderman อัญการรัฐนิวยอร์ค และนาย George Gascón อัญการเมือง San Francisco โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้สมาร์ทโฟนที่ถูกขโมยไปมีค่าน้อยลง จากปัจจุบันที่อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถขายได้ในตลาดมืดที่ราคาหลายร้อยเหรียญสหรัฐ โทรศัพท์มือถือของ iPhone ของ Apple เป็นสิ่งที่ดูมีค่าและน่าดึงดูดสำหรับเหล่ามิจฉาชีพมากที่สุด จึงนำไปสู่ยอดอาชญากรรมที่น่าตกใจโดยในปีที่ผ่านมา ประมาณครึ่งหนึ่งของการปล้นทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน San Francisco เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือ ผู้ตกเป็นเหยื่อการโจรกรรมหลายคนถูกฆ่าตาย
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ Mr.Schneiderman เชิญผู้บริหารระดับสูงของบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากบริษัท Apple (AAPL, Fortune 500), Google (GOOG, Fortune 500), SamsungและMicrosoft (MSFT, Fortune 500) ที่สำนักงานในมหานครนิวยอร์กในวันพฤหัสบดี การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมลับแต่ Mr.Schneiderman ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเกี่ยวกับรายละเอียดในสิ่งที่ฝ่ายอัญการต้องการMr.Schneiderman กล่าวว่าเป้าหมายสู่ความสำเร็จของเรามีความชัดเจน และเสริมว่าผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจะต้องทำให้อุปกรณ์ที่ถูกขโมยจะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เสมือนเป็นที่ทับกระดาษ เขาเน้นว่าเทคโนโลยีการป้องกันการโจรกรรมเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับมือถือทุกเครื่อง และคิดว่าปัญหาจะสามารถแก้ไขได้ภายใน 1ปี ในปีถัดไปอุปกรณ์ต่างๆควรจะมีการติดตั้งเทคโนโลยีดังกล่าว ฝ่ายกฏหมายได้มีความพยายามในการลดอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือในปีที่ผ่านมาโดยผ่านทางผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงทำให้ฝ่ายกฎหมายเริ่มส่งแรงกดดันไปยังบริษัทผู้ผลิต สมาร์ทโฟนเพื่อต่อสู้กับปัญหาดังกล่าว หน่วยงานด้าน CTIA ได้พยายามที่จะสร้างฐานข้อมูลจากการรายงานโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่หายไว้ด้วยกัน แต่ Mr.Schneiderman กล่าวถึงความพยายามดังกล่าวว่า เป็นความล้มเหลว เนื่องจากการโจรกรรมยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Mr. Gascón ให้ความเห็นจากมุมมองของเขาเกี่ยวกับความรับผิดชอบของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนว่ามันเป็นภาระผูกพันทางจริยธรรม
นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าคุณสมบัติใหม่ของ Apple” Activation Lock “ ที่ได้ประกาศไปเมื่อวันจันทร์เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ IOS 7 การทำงานของ Activation Lock ผู้ใช้จะต้อง reactivate เครื่องอีกครั้งเมื่อถูกล็อคผ่าน User name และ Password ของ iCloud เท่านั้นทำให้ผู้โจรกรรมไม่สามารถนำอุปกรณ์ที่ขโมยไปใช้ต่อได้
Mr. Gascón กล่าวว่า แม้ว่าสิ่งที่เราคิดอาจจะยังไม่ถึงจุดมุ่งหมายในการลดอาชญากรรมได้ แต่เราได้เดินมาถูกทางแล้ว Killswitch ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารยุคใหม่
Mr.Schneiderman กล่าวว่า ปัจจุบันจะไม่มีการใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อบังคับต่อผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารเพื่อให้ มีการปรับปรุงและเมประสิทธิภาพการทำงานของ Killswitch แม้ว่าผู้ผลิตบางรายจะปฏิเสธการปรับปรุงดังกล่าว ผู้ผลิตบริษัท Samsung ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นจากประเด็นดังกล่าว ในขณะที่ ผู้ผลิตบริษํท Microsoft และ Google ไม่ตอบรับกับประเด็นดังกล่าว ทางผู้ผลิต Apple เริ่มเปิดใช้บริการ Application “ Find my iPhone” ตั้งแต่ปี 2009 ซึ่ง Application ดังกล่าวได้เพิ่มความสามารถในการควบคุมเครื่องและการค้นหาเครื่องผ่านอินเตอร์เนต สามารถป้องกันอาชญากรรมได้ส่วนหนึ่ง
Mr.Schneiderman และ Mr. Gascón มีความเห็นตรงกันว่าเทคโนโลยีการป้องกันการขโมยนั้นขึ้นอยู่กับตลาดโทรศัพท์มือถือ Killswitch อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของอาชญากรรมโทรศัพท์มือถือ จากการเรียนรู้เทคโนโลยีโลกยุคใหม่ ระบบต่างๆสามารถถูก Hack ข้อมูลได้ซึ่งอาจจะทำให้ผู้โจรกรรมสามารถกลับมา reactivate เครื่องที่โจรกรรมกลับมาใช้งานได้ นอกจากนี้อุปกรณ์ที่ถูกโจรกรรมไปยังสามารถถูกนำไปถอดแยกชิ้นส่วนและนำไปขายต่อได้
Mr.Kevin Mahaffey ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีความปลอดภัย ให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นอาชญากรรมมือถือของอาญการทั้งสองว่า อุปสรรคสำคัญของประเด็นดังกล่าวคือ ผู้โจรกรรมสามารถหาเงินได้อย่างง่ายดายจากการขโมย แต่ถ้าระบบ Killswitch จะทำให้ผู้โจรกรรมต้องเสียค่าจ่ายให้กับเหล่า Hacker เพื่อทำการ reactivate เครื่องให้อีกครั้งอาจส่งผลให้แรงจูงใจในการขโมยอุปกรณ์การสื่อสารลดน้อยลง

วิเคราะห์บทความ

ปัจจุบันความนิยมของอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟน ส่งผลให้เกิดปัญหาอาชญากรรมโดยเฉพาะการขโมยสมาร์ทโฟนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว เนื่องจากราคาเครื่องส่วนใหญ่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์ของ Apple ซึ่งสามารถนำมาขายในตลาดมดได้ในราคาทีสูง จึงเป็นแรงจูงใจให้กลุ่มมิจฉาชีพ ทำการโจรกรรมอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งมูลค่าของอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนไม่เพียงแต่มีราคาที่สูงเท่านั้นหากแต่ข้อมูลในเครื่อง อย่างเช่นข้อมูลทางธุรกิจ ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆก็มีความสำคัญและนับว่ามีมูลค่าที่สูงเช่นกัน เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ก็จะหายไปพร้อมกับสมาร์ทโฟน ส่งผลเสียมากมาย เช่น เกิดคลิปหลุด ภาพหลุด หรือข้อมูลสำคัญรั่วไหล เช่น การใช้บริการออนไลน์ และเชื่อมไปถึงเงินในบัญชี –บัตรเครดิต รหัส ATMและข้อมูลส่วนตัวบน Social network ซึ่งอาจมีการสวมรอย หลอกลวงผู้อื่นทำเรื่องที่ผิดต่อกฎหมายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องได้

แม้ในปัจจุบันนี้เหล่าผู้ผลิตจะมีความพยายามในการป้องกันการโจรกรรมอยู่บ้างเช่น ผู้ใช้งาน iPhone สามารถใช้บริการ Find my iPhone สำหรับผู้ใช้มือถือแอนดรอยด์สามารถใช้งานผ่าน Application ต่างๆ เช่น Google Latitude, Android Lost, Plan B และ Lookout Security & Antivirus เป็นต้น ผู้ใช้มือถือ Samsung ตอนนี้สามารถติดตามมือถือได้ผ่านบริการ Find My Mobile ในส่วนของผู้ใช้งานมือถือ Windows Phone สามารถติดตามและค้นหาเครื่องได้ผ่านบริการ Find my Phone จาก www.WindowsPhone.com แต่ความสามารถของระบบต่างๆ ที่กล่าวมายังคงมาข้อจำกัด ต้วอย่างเช่น Google Latitude สามารถทำได้เพียงการค้นหาและจดจำที่อยู่เครื่องส่าสุดเท่านั้น ยังคงขาดความสามารถในการลบข้อมูลส่วนตัว และLock การใช้งาน สำหรับ Find my iPhone ของ Apple, Find My Mobile ของSamsung และ Find my Phone ของ Microsoft สามารถค้นหาตำแหน่งเครื่อง, ลบข้อมูลส่วนตัวและ Lock การใช้งานได้ แต่การใช้งานดังกล่าวตัวเครื่องต้องเปิด Location service และมีการเชื่อต่อInternet หากผู้โจรกรรมสามารถปิดเครื่อง และเปลี่ยน SIM card ระบบติดตามต่างๆ ก็จะไม่สามารถติดตามเครื่องได้

activation-lock.jpg

“Kill switch” คือกลไกอย่างหนึ่งที่บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์สร้างขึ้นเพื่อควบคุมอุปกรณ์ที่ใช้ซอฟต์แวร์นั้นๆ ผ่านระบบรีโมตระยะไกล โดยปิดการทำงาน-ล้างข้อมูลภายในสมาร์ทโฟน มีเหตุผลหลักในด้านความปลอดภัยและการป้องกันการละเมิดสิทธิบัตร โดยกลไกจะสามารถควบคุม, ปรับตั้งค่าหรือแม้กระทั่งลบไฟล์ออกไปได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของอุปกรณ์เพื่อให้สมาร์ทโฟนเครื่องนั้นไม่สามารถใช้งานได้กับเครือข่ายอื่นหรือซิมอื่นได้อีก ทำให้อุปกรณ์สื่อสารที่ถูกโจรกรรมไม่สามารถใช้งานได้อย่างถาวร จากแนวคิดดังกล่าว Apple ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดในธุรกิจอุปกรณ์พกพา ได้เพิ่มความสามารถในการป้องกัน การโจรกรรมซึ่งถูกเรียกว่า “Activation Lock” ความสามารถดังกล่าวจะมาพร้อมกับ ระบบปฎิบัติการ iOS7 เป็นการต่อยอดเทคโนโลยี Find my Phone ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่แล้ว มีความสามารถในการติดตาม ค้นหาตำแหน่ง ลบข้อมูลส่วนตัวและ Lock การใช้งานได้เครื่องได้ แต่ข้อความสามารถดังกล่าว ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ การทำงานโดยละเอียดของ “Activation Lock” ยังไม่ได้รับการเปิดเผย Apple ให้ข้อมูลว่าการที่จะปลดล็อดเครื่องจะต้องใช้ User Name และ Password iCloud ที่ได้เคยลงทะเบียบไว้แล้ว สำหรับผู้ผลิตรายอื่น ๆ ก็ได้มีความพยายามในการเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันการโจรกรรมเช่นเดียวกัน โดยเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งต้องคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งาน ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวด้วยซึ่งหากความพยายามของ หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐที่กดดันให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนฝัง "kill switch" ลงตัวเครื่องได้สำเร็จเป็นทางการ เราคงเห็น รายละเอียดของฟีเจอร์ kill switch ที่เป็นทางการ ที่สามารถใช้งานได้และคาดว่าปัญหาอาชญากรรมโดยเฉพาะการขโมยสมาร์ทโฟน น่าจะลดลง

จัดทำโดย : นางสาวแวววดี แววหงษ์ ID : 5520221036 : YMBA 35

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License