It2 005

" NOKIA " เปิดศึกสมาร์ทโฟน เทียบสเปคสินค้าชนคู่แข่ง
สมรภูมิสมาร์ทโฟน"ไฮเอนด์"ทะลุเดือด บิ๊กแบรนด์เปิดศึกชิงยอดขาย"โนเกีย"นำร่องดันโปรดักต์เรือธง "Lumia 925" เปิดหน้าท้าชนคู่แข่งแบบถึงลูกถึงคน งัด"โบรชัวร์" เทียบประสิทธิภาพเครื่องกับ"ซัมซุง-ไอโฟน" จะจะ กดราคาเปิดต่ำกว่า 2 หมื่น พร้อมทยอยลดราคารุ่นเดิม กระตุกยอดขายเป็นระยะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ โนเกีย Lumia 925 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา "โนเกีย" ได้อธิบายถึงคุณสมบัติของเครื่องรุ่นใหม่ที่จะวางตลาดอย่างเป็นทางการในวัน ที่ 23 ก.ค. 2556 นี้ (วางขายก่อนเฉพาะในโนเกียช็อป 9 ก.ค.) ด้วยการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องกับค่ายคู่แข่ง โดยระบุยี่ห้อ และรุ่นชัดเจน เช่น ยกตัวอย่างภาพถ่ายที่ถ่ายในพื้นที่มีแสงน้อยด้วย Lumia 925 เปรียบเทียบกับ "ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4" และ "ไอโฟน 5" มาเรียงเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างเทียบสเป็ก แบรนด์ชนแบรนด์

นอก จากนี้ยังจัดทำโบรชัวร์เทียบคุณสมบัติของสินค้าตนเองกับคู่แข่งเพื่อนำไปแจก จ่ายให้ผู้บริโภคทั่วไปที่เข้าไปแวะชมสินค้าที่ร้านโนเกียช็อป รวมถึงร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วไปด้วย เรียกได้ว่าถือเป็นครั้งแรกที่ "โนเกีย" ใช้การโฆษณาเชิงเปรียบเทียบกับคู่แข่งมาใช้กับการทำตลาด แม้วิธีการนี้จะเป็นเรื่องปกติในตลาดต่างประเทศ แต่สำหรับในประเทศไทย แม้แต่ชื่อแบรนด์คู่แข่งผู้บริหารยังมักไม่พูดถึง

นางสาวนนทวัน สินธวานนท์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การทำโบรชัวร์ในลักษณะนี้เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจคุณภาพของเครื่องชัดเจนขึ้น เมื่อนำเรื่องการถ่ายภาพมาเปรียบเทียบก็จำเป็นต้องแสดงภาพที่ได้จากแต่ละ เครื่องให้ผู้บริโภคเห็นด้วย ซึ่งในต่างประเทศมีการทำโบรชัวร์ในลักษณะนี้ออกมา และไม่มีปัญหาแต่อย่างใด สำหรับ Lumia 925 เป็นรุ่นเรือธงแทน รุ่น 920 ใช้ซีพียู ดูอัลคอร์ ความเร็ว 1.5 GHz กล้องหลังความละเอียด 8.7 ล้านพิกเซล หน่วยความจำในเครื่อง 16 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 8 ราคาขาย 18,500 บาท

เปิดเกมหั่นราคาแหลก ก่อน หน้านี้โทรศัพท์มือถือหลายรุ่นของ "โนเกีย" ทยอยปรับราคาลง เช่น Lumia 920 ปลายปีที่ผ่านมา ราคา 21,500 บาท มีการปรับลดเฉลี่ย 3 เดือนครั้ง ปลายไตรมาสแรกเหลือ 19,000 บาท ล่าสุดเหลือ 16,900 บาท และ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ www.jaymart.com ลดราคาลงอีก 2 พันบาท เหลือ 14,900 บาท แต่เพียงวันเดียวก็ยกเลิกโปรโมชั่นดังกล่าวมายืนราคาเดิม ขณะที่รุ่นอื่น เช่น 820 และ 620 ก็ลดราคาลงโดยลำดับ เหลือ 12,900 บาท (จาก 16,600 บาท) และ 7,450 บาท จาก 8,250 บาท ตามลำดับ ห่างจากรุ่นรองลงมาคือรุ่น 720 และ 520 ประมาณพันเศษ ๆ เท่านั้น

ผู้บริหารโนเกียกล่าวว่า การปรับราคาลงเยอะ เพราะทำตลาดมาระยะหนึ่งแล้วจึงต้องการกระตุ้นการขาย ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงลูกค้า ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดี สำหรับการตั้งราคาเริ่มต้น Lumia 925 ต่ำกว่าเรือธงรุ่นก่อนหน้านี้ ทั้งที่เทคโนโลยีดีกว่า เนื่องจากวัสดุและฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ราคาถูกลง

นาย อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท กล่าวว่า การปรับราคาเครื่องเป็นไปตามกลไกตลาด แม้ส่วนแบ่งตลาดของโนเกียจะดีขึ้นบ้าง แต่ยังน้อยกว่าซัมซุง การปรับลดและเพิ่มกลับมา กรณี Lumia 920 เป็นแค่รายละเอียดในการจัดการภายในองค์กร สำหรับตลาดปีนี้มีโอกาสเติบโตสูงมาก โดยเฉพาะความต้องการเปลี่ยนเครื่องจาก 2G เป็น 3G จะเห็นมากขึ้นในครึ่งปีหลัง เพราะเครือข่ายครอบคลุมมากขึ้น คาดว่าจะมียอดขายมากกว่า 20 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟน 12 ล้านเครื่อง ส่งผลให้มีสมาร์ทโฟนในตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาปรับลดลงจนอาจเห็นโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3G ราคาเพียง 1,000 บาท ปลายปีนี้

ด้าน นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์ เวิลด์ จำกัด เจ้าของร้านค้าปลีกมือถือ "ทีจี โฟน" เปิดเผยว่า การปรับลดราคาของแต่ละแบรนด์ในภาพรวมทำเพื่อระบายสินค้าหรือเตรียมพร้อมกรณี มีสินค้ารุ่นใหม่เข้ามา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น และปีนี้คาดว่าสัดส่วนสมาร์ทโฟนจะเป็นครึ่งหนึ่งของยอดขายโทรศัพท์ที่คาดว่า จะมีกว่า 20 ล้านเครื่อง

"ปกติสินค้ารุ่นที่ขายดีจะยืนราคาเดิมไปได้ เกือบปีค่อยลดลงมา หากยอดไม่ดีนักอาจปรับลงมาช่วง 3-4 เดือนหลังเปิดตัว ปรับแต่ละครั้งจะลดลง 10% ซึ่งช่วงนี้จะมีการทยอยปรับราคาแทบทุกแบรนด์ เพราะตั้งไว้เกิน 2 หมื่นบาท ทำให้ผู้บริโภคไม่ซื้อ ต่างจากซัมซุงและแอปเปิลตั้งเกิน 2 หมื่น ก็ยังมีลูกค้าซื้อ ดังนั้นการที่โนเกียตั้งราคารุ่นเรือธงตัวใหม่ต่ำกว่า 2 หมื่น เป็นอีกกลยุทธ์ที่จำเป็นต้องทำ แต่การเปรียบเทียบประสิทธิภาพเครื่องกับแบรนด์อื่นเป็นกลยุทธ์ใหม่ในไทย อาจทำให้แบรนด์อื่นทำตามออกมาได้"

นายถกลรัตน์ แก้วกาญจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย จำกัด (ดับบลิวดีเอส) เปิดเผยว่า จากสภาพตลาดรวมและการเป็นดิสทริบิวเตอร์ของโนเกีย ทำให้เห็นถึงแนวโน้มตลาดปัจจุบันหันไปที่สมาร์ทโฟนเป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าระดับกลางถึงล่าง หรือไม่เกินหมื่นบาท เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่เอื้อมถึง เช่น Lumia 520 และ 620 รวมถึง Acha ซีรีส์ ถ้าราคาเกินหมื่นบาทขายค่อนข้างยาก ดังนั้นการตั้งราคาสูงกว่า 2 หมื่นบาท แทบไม่มีโอกาสขายได้ สุดท้ายต้องปรับราคาลงมาอยู่ดี และมีผลเสียกับแบรนด์ด้วย

"การลงราคาต่ำกว่าราคาทั่วไป บางครั้งเกิดจากผู้ค้าบางรายยอมลดกำไรของตนเองลง ไม่ปฏิบัติตามนโยบายของแบรนด์ ทำให้ตลาดปั่นป่วน ที่เห็นชัดคือ ซัมซุง Galaxy S4 ราคา 21,900 บาท บางรายกดลงไปต่ำกว่ามาก มีขายส่งให้ร้านตู้ราคาถูก ทำให้ร้านเหล่านั้นตั้งราคาขายปลีกต่ำกว่าราคากลาง ทำให้ตลาดปั่นป่วน"

นาย ถกลรัตน์กล่าวว่า การปรับราคาสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายของโนเกีย ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเพื่อทำให้ส่วนแบ่งตลาดฟื้นขึ้นมา เช่นกันกับการตั้งราคาสินค้าที่ออกใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น กรณี Lumia 925 ที่ 18,900 บาท ก็เพื่อทำให้ยอดขายฟื้นขึ้นมา แต่การนำสินค้าของคู่แข่งมาเปรียบเทียบประสิทธิภาพกันในต่างประเทศเป็น เรื่องธรรมดา แต่ในเมืองไทยถือว่าแรง สำหรับภาพโดยรวมของโนเกียปัจจุบันยังมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในแง่จำนวนเครื่อง แต่เป็นอันดับที่ 2 ในแง่มูลค่า

สรุป
Nokia Lumia 925 ซึ่งเป็น สมาร์ทโฟน ตัวเรือธงรุ่นล่าสุดจากทาง โนเกีย (Nokia) ที่มีการนำเอา สมาร์ทโฟน ตัวเรือธงรุ่นเดิมอย่าง Nokia Lumia 920 มาปรับปรุง และพัฒนาในหลายๆ จุดให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ตัวเครื่องที่บางเฉียบมากขึ้น, น้ำหนักเบากว่าเดิม, การออกแบบดีไซน์ใหม่หมดจดซึ่งดูหรูหราภูมิฐานมากยิ่งขึ้น, กรอบตัวเครื่องแบบอลูมิเนียมที่ช่วยเพิ่มความทนทานแข็งแรง และบ่งบอกถึงความเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม, วัสดุด้านหลังตัวเครื่องแบบโพลีคาบอร์เนตซึ่งแข็งแรงยืดหยุ่น และมีน้ำหนักเบา, หน้าจอแสดงผลที่เปลี่ยนมาเป็นหน้าจอแบบ AMOLED, การใช้งานแอพพลิเคชั่น HERE Maps ร่วมกับ Livesight, การใช้งานรวมกับอุปกรณ์ต่างๆ ของ GoPro และโดยเฉพาะในเรื่องของกล้องดิจิตอล ก็เรียกได้ว่ายังคงความโดดเด่นของ Nokia Lumia 920 เอาไว้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งมีการใส่ความสามารถในด้านการถ่ายภาพเพิ่มเติมเข้าไปอีกหลายอย่าง เพื่อให้ครบเครื่องมากยิ่งขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย ใน Nokia Lumia 925 รุ่นนี้
ซึ่งคาดว่า Nokia Lumia 925 จะได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร เนื่องจากจากราคาที่ถูกกว่าสมาร์ทโนคู่แข่งหลายพันบาท
ในขณะที่ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ไม่ได้น้อยหน้าคู่แข่งเลยทีเดียว

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License