ตลาด E-Commerce ในสหรัฐจะมีมูลค่ามากกว่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2017 / นางสาวกนกวรรณ กิจชระภูมิ ID: 5520221006
cats5.jpg

ปัจจุบันการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ (E-Commerce) กลายเป็นรูปแบบในการทำธุรกิจที่ได้รับความนิยม และถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2012 ที่ผ่านมาทั่วโลกมีมูลค่าการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคิดเป็นมูลค่ารวมกันสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรก

และเพื่อให้เห็นถึงทิศทางในการซื้อสินค้าออนไลน์ในปัจจุบันได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น วันนี้เรามี Infographic จากเว็บไซต์ Invesp.com ที่ได้ทำการรวบรวมสถิติเกี่ยวกับธุรกิจ E-Commerce ในสหรัฐฯ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตลาดที่มีความยิ่งใหญ่และมีความน่าสนใจแห่งหนึ่งของโลกมานำเสนอให้ติดตามกัน

เว็บไซต์ Invesp.com รายงานว่า ในปีนี้ (2013) มูลค่าของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ของสหรัฐฯมีแนวโน้มเพิ่มสูงถึง 258,900 ล้านเหรียญสหรัฐ และอนาคตในปี 2017 หรือในอีกเพียงแค่ 4 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่าสามารถทำมูลค่าเพิ่มสูงถีง 434,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 10% ของมูลค่าค้าปลีกทั้งหมดในสหรัฐฯ

และช่องทางในการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่ในเวลานี้ ได้แก่ การซื้อสินค้าออนไลน์บนมือถือและแท็บเล็ต (M-Commerce) ซึ่งในปี 2013 คาดว่า การซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่จะมีมูลค่าอยู่ที่ 38,840 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 15% ของมูลค่าค้าปลีกทั้งหมดในอเมริกา ส่วนในอนาคตมีการประเมินมีการประเมินต่อไปว่าจะมีแนวโน้มทำมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 108,560 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 25% ภายในปี 2017

สินค้าที่ได้รับความนิยมในกลุ่มชาวอเมริกันในการซื้อผ่านทางออนไลน์มากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ สินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดอยู่ที่ 21.93% รองลงมาเป็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับ (20.93%) รถยนต์และอะไหล่รถยนต์ (9.84%) หนังสือ, เพลงและวีอีโอ (9.42%) และปิดท้ายด้วยอันดับที่ 5 เฟอร์นิเจอร์ (7.8%)

กลุ่มผู้บริโภคที่นิยมซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์สูงสุด คือ กลุ่มผู้สูงอายุ (55-64 ปี) 77.6% ตามมาด้วยกลุ่มผู้ใหญ่ (35-44 ปี) 77.4% และอายุ 45-54 ปี (76.2%) ส่วนกลุ่มที่ซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์น้อยที่สุดเป็นกลุ่มเด็กและวัยรุ่น (14-17 ปี) ซึ่งมีสัดส่วนเพียงแค่ 54.8% เท่านั้น

ส่วนเว็บไซต์ 5 อันดับแรกที่ได้รับความนิยมและมีจำนวนผู้ชมเข้ามาบนเว็บไซต์ต่อเดือนมากที่สุดประกอบด้วย Amazon ซึ่งมีจำนวนสูงสุดอยู่ที่ 164 ล้านคน รองลงมาเป็นเว็บไซต์ค้าปลีกยอดฮิตที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง Ebay (92 ล้านคน) Wallmart (57 ล้านคน) Apple (55 ล้านคน) และอันดับที่ 5 คือ Target (40 ล้านคน)

us-online-retail-sales-statistics-and-trends-infographic_51d840234fe51.jpg

สรุป

จากข้อมูลสามารถสรุปได้ว่าตลาด E-Commerce นั้นกำลังขยายตัวอย่างมาก ทั้งๆที่เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีของสหรัฐอเมริกา แต่ยอดการใช้จ่าย E-Commerce กลับเพิ่มสูงขึ้น และคาดการณ์ว่าในอนาคตก็มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

กลุ่มสินค้าที่กลุ่มชาวอเมริกันซื้อผ่านทางออนไลน์มากที่สุด คือ กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิคส์ ซึ่งก็คิดว่าก็เป็นความสันธ์ในทิศทางเดียวกัน คือ คนที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีก็มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าอิเล็คโทรนิคส์มากขึ้นเช่นกัน และยังมีสินค้าอื่นๆอีก เช่น เสื้อผ้าเครื่องประดับ, รถยนต์และอะไหล่รถยนต์, หนังสือ และอื่นๆ

นอกจากนี้เรายังสามารถวิเคราะห์ถึงกลุ่มอายุของลูกค้า โดยกลุ่มที่นิยมซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มากที่สุด คือ กลุ่มผู้สูงอายุ (55-64 ปี) และค่อยๆลดหลั่นเรื่อยๆ กลุ่มที่ใช้น้อยที่สุดคือกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

เวปไซต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ Amazon, Ebay, Wallmart และอื่นๆ

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค

pic52.jpg

Refenrence: http://thumbsup.in.th/2013/07/ecommerce-mcommerce-usa-stat-global-sales/

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License