เปิดตัวถุงเท้า แหวน นาฬิกาอัจฉริยะ
8n123.jpg

เกาะกระแส'เทคฯสวมใส่' เปิดตัวถุงเท้า- เปิดตัวถุงเท้า แหวน นาฬิกาอัจฉริยะ กระแส เทคโนโลยีแบบสวมใส่ (Wearable Technology) กำลังเริ่มตั้งเค้า หลังจาก กูเกิ้ล ผู้พัฒนาเว็บไซต์เสิร์ช เอ็นจิ้น ชื่อดังของโลก เตรียมเข็น Google Glasses ออกมาในปลายปีนี้ ล่าสุด บริษัท ฮีพซีลอน ของสหรัฐ ประกาศว่ากำลังซุ่มพัฒนาถุงเท้าอัจฉริยะ "เซนโซเรีย" ที่จะตรวจจับข้อมูลการทรงตัวขณะเดินและวิ่งของผู้ใช้

069123.jpg

บริษัท ฮีพซีลอน ระบุว่า เซนโซเรียจะมีเซ็นเซอร์ฝังไว้ในใยผ้าของถุงเท้า เพื่อตรวจจับแรงกดที่ส่วนต่างๆ ของเท้าและส่งข้อมูลเกี่ยวกับการเดิน-วิ่ง ไปที่กำไลข้อเท้าที่จะส่งผ่านข้อมูลไปทางสัญญาณบลูทูธ มาที่สมาร์ตโฟนของผู้ใช้ โดยข้อมูลดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้ลดความเสี่ยงของการหกล้มและบาดเจ็บจากการเดินวิ่งได้ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในขั้นทดสอบ

2s123.jpg

ขณะที่ทางฟากจีนก็ไม่น้อยหน้า โดยบริษัท ชานต้า เพิ่งเปิดตัว "เกียก ริง" แหวนอัจฉริยะ และนาฬิกาข้อมือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ด้วย โดยเริ่มเปิดให้สั่งจองกันได้แล้วตั้งแต่เดือนก.ค.นี้ เกียก ริง เป็นแหวนที่ติดตั้งเทคโนโลยีชิพรับส่งสัญญาณสื่อสารแบบNFC (Near Field Communication) โดยสามารถนำ ไปใช้เพื่ออันล็อก สมาร์ตโฟนในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ผ่านวิธีการแตะกันแทนที่จะต้องกรอกรหัส ซึ่งทางบริษัทมีแผนจะพัฒนา เกียก ริง ให้สามารถใช้ได้กับสมาร์ตโฟนทุกระบบภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ หากผู้ใช้นำ เกียก ริง ไปแตะกับสมาร์ตโฟนของผู้อื่น จะส่งผลให้ข้อมูลที่กำหนดไว้ ในสมาร์ตโฟนถูกส่งผ่านไปยังเครื่องของผู้นั้นด้วย โดยเกียก ริง ถูกออกแบบมาให้มีอายุการใช้งาน 99 ปี และไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟ

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จาก ชานต้า คือ นาฬิกาข้อมือในระบบแอนดรอยด์ ที่จะมีแอพฯ พื้นฐานอย่างพยากรณ์อากาศ ตรวจจับการออกกำลังกาย และรีโมตควบคุมการถ่ายภาพด้วยกล้องของสมาร์ตโฟน

ด้านบริษัท เครดิต สวิส ผู้วิจัยด้านการเงิน คาดว่าตลาดเทคโนโลยีแบบสวมใส่ได้ อาจมีมูลค่าสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.5 พันล้านบาท ภายใน 5 ปี ข้างหน้า โดยจะถือเป็นหนึ่งในแนวโน้มเทคโนโลยีแบบใหม่ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตและรูปแบบการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ในช่วงแรกๆ อาจจะยังไม่เข้าท่านัก

จุดแข็ง (Strength):

เทคโนโลยีในปัจจุบันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเทรนด์จากที่เป็นเพียงแค่อุปกรณ์พกพาธรรมดา ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเทคโนโลยีที่สามารถสวมได้ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง หรือเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิตมนุษย์ไปแล้ว รวมทั้งต้องมีการแข่งขันกันระหว่างผู้ผลิตสูงมากเพื่อที่จะเป็นที่หนึ่งที่สามารถค้นพบและพัฒนา นวัตกรรมใหม่ๆขึ้น ยิ่งหากสามารถพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายสวนใส่ได้ ยิ่งสามารถสร้างกระแสความนิยมได้ดี และอุปกรณ์แหวน ถุงเท้า และ นาฬิกา อัจฉริยะเหล่านี้ล้วนเป็นเจ้าแรกๆที่ทำขึ้น ยังมีโอกาสในการได้ส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูงมาก และการที่ แหวน เกียก ริง พัฒนาอยู่บนระบบ Android ซึ่งจะส่งผลให้มีผู้ตอบรับในจำนวนที่สูงเพราะว่าสามารถเข้าได้กับ อุปกรณที่หลากหลายรุ่นกว่า และจุดเด่นที่สามารถมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยาวนานโดยไม่ต้องชาร์ทยิ่งเพิ่มความสะดวกสบาย

จุดอ่อน (Weakness):

ฟังก์ชั่นและ Application ที่ใช้ได้กับอุปกรณ์ยังคงไม่หลากหลาย และ จำกัด ควรจะต้องพัฒนาให้มีมากขึ้นกว่านี้ ก่อนจะทำตลาดจริง
โอกาส (Opportunity):
การพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีแบบสวมใสนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่ ผู้บริโภคน่าจะมีแนวโน้มที่สนใจเป็นอย่างมากอีกทั้งอุปกรณ์เหล่านี้พัฒนาบน Android Platform ซึ่งจะส่งผลให้มีผู้เข้ามาร่วมพัฒนา Application มากยิ่งขึ้นจึงอาจจะมีส่วนช่วยในการขายได้มากยิ่งขึ้นอีก

อุปสรรค (Threat):

เนื่องจากตอนนี้มีการวางจำหน่าย I watch แล้วซึ่งอาจจะมีส่วนที่ทำให้การเข้ามาตีตลาดApple เป็นไปได้ยาก หากไม่มีฟังก์ชั่นที่เหนือกว่า หรือ ไม่มีข้อแตกต่างกันเลย และ เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่จึงอาจต้องทดสอบและพัฒนาให้มีความเสถียรมากๆก่อนขายจริง มิเช่นนั้นถ้ารุ่นแรกๆ ออกมา แต่ไม่มีความคงทนหรือใช้งานไม่ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ จะทำให้ลูกค้าปฏิเสธอุปกรณ์นั้นๆแม้ว่าจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นในภายหลัง

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid
post : วันจันทร์ ที่ 8 กรกฏาคม 2556 เวลา 10:39:01 น.

จัดทำโดย

นางสาวบุญญรัตน์ โตกทอง รหัส 5520221020

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License