The Next Frontier of Navigation : In-Location Positioning

วิวัฒนาการขั้นต่อไปของระบบนำทางและระบบการบอกตำแหน่ง

Apple-Buys-Indoor-Mapping-Company-WifiSLAM-WSJ.png?1364195709

เคยหรือไม่ที่พบว่าตัวเองหลงทางอยู่ในมหาวิทยาลัย เพียงเพื่อวนหาห้องเรียนห้องหนึ่ง หรือว่าเคยเร่งรีบเพื่อจะไปให้ทันเที่ยวบินสำหรับการเดินทางเพื่อไปประชุม ที่สำคัญมาก แต่กลับต้องวุ่นวายกับการหาทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน หรือการที่ต้องเดินวนเวียนอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อมองหาสิ่งที่คุณต้องการเข้า รับบริการ หากคุณรู้สึกคุ้นเคยกับความรู้สึกที่กล่าวมานี้ รู้ไว้เลยว่าไม่ใช่แค่คุณที่เป็นแบบนั้น และเทคโนโลยีที่จะกล่าวถึงนี้เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยในการค้นหาเส้นทาง ถึงแม้จะเป็นสถานที่ที่ท้าทายทางด้านภูมิศาสตร์ แต่ด้วยการเริ่มต้นนี้จะทำให้การบอกตำแหน่งหรือค้นหาเส้นทางเป็นเรื่องง่ายขึ้น

ในขณะที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ แผนที่ภายนอกสถานที่ โดยต้องให้เครดิตหรือต้องขอบคุณ GPS (Global Positioning Systems) สำหรับการช่วยในการบอกทาง แต่คนจำนวนมากก็ยังคงประสบปัญหาในการค้นหาสถานที่ภายในอาคารใหญ่ๆ ต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล พิพิธภัณฑ์ สนามบิน และ ห้างสรรพสินค้า และด้วยความลำบากในการหาตำแหน่งในอาคารดังตัวอย่างที่กล่าวไปนั้น จึงได้มีหลายๆบริษัทริเริ่มคิดค้น ระบบแผนที่ภายในอาคารขึ้นมา ซึ่งในขณะที่บริษัทเล็กๆอย่าง aisle411 และ Meridian ได้เริ่มการพัฒนา application ทางโทรศัพท์มือถือ บริษัทยักษ์ใหญ่ ผู้นำทางด้านตลาดเทคโนโลยี อย่างเช่น Google, Apple, และ Microsoft จะต้องมีเทคโนโลยีเด็ดๆเพื่อมางัดกับบริษัทอื่นๆแน่นอน ซึ่งเราน่าจะได้เห็นกันในอีก 12-15 เดือนข้างหน้านี้

Key Players

ผู้ที่อยู่แถวหน้าของวงการระบบบอกตำแหน่งและนำทาง คงหลีกไม่พ้น Google ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดทำแผนที่ภายในอาคารกว่า 10,000 จุด ในประเทศอเมริกา และในต่างประเทศ บนระบบ Android โดยเชื่อมต่อผ่าน WiFi และเสารับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้ใช้นำทางไปตามสถานที่ที่ต้องการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการด้วย ในขณะที่ Google ครองความเป็นผู้นำนั้น ก็ยังคงมีอุปสรรคหลายประการที่จะต้องก้าวข้ามไปก่อนที่จะเป็นสุดยอดหรือที่ สุดของวงการระบบนำทาง อุปสรรคหนึ่งของ Google คือ การพัฒนาเฉพาะเจาะจงบน ระบบ Android ซึ่งยังมีข้อจำกัดหลายอย่างอยู่ อย่างที่สอง บางบริษัทก็ไม่ยินดีที่จะให้ Floor plan เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย กว่า Google จะจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ ดูเหมือนว่าการยึดครองตำแหน่งผู้นำทางด้านนี้อาจจะไม่ง่ายอีกต่อไป

Apple ยังตามหลัง Google อยู่สำหรับเรื่องระบบการนำทางนี้ แต่เร็วๆนี้ Apple ได้มีความเคลื่อนไหวที่จะขึ้นมายืนแถวหน้าคู่กับ Google หลังจากที่ Apple ได้ทำการรวบรวมข้อมูลตำแหน่ง พิกัดสถานที่ อ้างอิงจากสามด้านหลักๆ คือ แหล่งที่มีคนอยู่หนาแน่น ตำแหน่งจุด WiFi และสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยในการพัฒนาด้านนี้ ล่าสุด Apple ได้ทำการถือครอง บริษัท WiFiSlam ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้าน WiFi ผ่านตำแหน่งและสถานที่ ซึ่ง Apple มองว่าจะงัดสองสิ่งนี้ เพื่อมาเป็นทางแก้ปัญหาในการขยายขอบเขตให้บริการที่มากขึ้น โดยที่อาศัย WiFiSlam ในด้านการรวมกลุ่มของเทคโนโลยี เพื่อนำส่งคลื่นจากเครื่องมือวัดความเร่งของโทรศัพท์ เครื่องมือวัดการหมุนวน และเครื่องมือวัดแรงแม่เหล็ก ร่วมกับ WiFi กับ สัญญาณ GPS ในการส่งต่อมาเป็น ระบบแผนที่ภายในอาคาร การเพิ่มรูปแบบของ WiFiSlam เพื่อใช้ในการแปลงข้อมูลโดยระบบเซนเซอร์นั้น จะช่วยให้การให้บริการแผนที่ภายในอาคารมีความแม่นยำมากขึ้น

Microsoft และ พาร์ทเนอร์อย่าง Nokia ได้จับมือกันเพื่อรวบรวมลักษณะเฉพาะของ Bing Map และ Nokia's Navteq mapping technology หรือ ระบบแผนที่ของทั้งสองค่ายนั่นเอง สำหรับคนที่ไม่รู้มาก่อน Navteq เป็นระบบแผนที่ที่ถูกใช้ในรถหรูอย่าง BMW, Ford, และอื่นๆ พร้อมกันนั้นยังเป็นระบบที่จะถูกติดตั้งใน Window Phone 8 สองค่ายผู้ผลิตนี้มีความแตกต่างโดยใช้ สัญญาณ Bluetooth ที่ส่งสัญญาณไปยัง App ของโทรศัพท์มือถือ และจากนั้นระบบจะทำการอัพเดต ตำแหน่งของผู้ใช้บนแผนที่ ขณะนี้สามารถใช้งานได้แล้ว 3,000 แห่ง รวมถึงในสนามบินอเมริกา และ ศูนย์การประชุมต่างๆ ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้

Independents ผู้ผลิตอิสระ

ถึงแม้ว่าระบบแผนที่ภายในอาคารของแบรนด์ชั้นนำจะกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวด เร็ว แต่เราก็ไม่สามารถมองข้ามบริษัทเล็กๆที่เป็นผู้ริเริ่มนำระบบนี้มาใช้ อย่างเช่น ByteLight ที่ใช้ หลอด LED กับ ไมโครชิพ ในการทำงานเกี่ยวกับระบบนำทางภายในอาคาร นอกจากนี้ยังให้บริการการแจ้งบอกถ้ามีโปรโมชั่นร้านค้าที่น่าสนใจ รวมถึงรีวิวต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นช่องทางในการหารายได้จากโฆษณาอีกทางหนึ่ง ByteLight ได้เปรียบ Google Apple และ Microsoft ตรงที่โทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องผูกกับค่ายใด แต่อาจจะมีข้อจำกัดตรงที่บริษัทเล็ก อาจจะทุนน้อยในเรื่อง R&D และเรื่องการลงทุนด้านเทคโนโลยีอาจจะมีข้อจำกัด

ConnectQuest อีกหนึ่งบริษัทที่ใช้ความแตกต่างโดยนำ BLE (Bluetooth Low Energy) มาใช้เพื่อรับส่งสัญญาณให้กับสมาร์ทโฟน โดยสามารถระบุข้อมูลตำแหน่งของผู้ใช้ได้ ถึงแม้ว่าวันหนึ่งข้างหน้า บริษัทนี้อาจจะถูกล้ำหน้าไปด้วยยักษ์ใหญ่ในวงการหลายๆเจ้า แต่สิ่งที่ยังทำให้บริษัทดำเนินได้อยู่อาจจะมาจากการทำงานร่วมกับ ห้าง ร้านค้าต่างๆ ในการช่วยเรื่องการตลาดหรือเป็นสื่อในการเสนอโปรโมชั่นนั่นเอง

ถึงแม้ว่าการมุ่งมั่นพัฒนาระบบแผนที่ภายในอาคารของบริษัทไอทีเล็กๆเหล่านี้ จะมีพลังน้อยกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google Apple และ Microsoft กับ Nokia ก็ตาม แต่มันก็ทำให้เห็นชัดเจนว่าเราจะเห็นความก้าวหน้าในการที่เราจะได้ใช้ระบบ แผนที่ภายในอาคาร ร่วมกับ GPS ในโลกของระบบนำทางที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆภายในปีหรือสองปีข้างหน้านี้ และจะเป็นการปฏิวัติระบบการนำทางภายใต้อาคารสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคย สิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องง่ายขึ้นให้เราได้เห็นกันในอนาคตอันใกล้นี้

ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่มีความคิดก้าวไกล ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มวางแผนที่จะนำระบบแผนที่นำทางสำหรับภายในอาคารมาใช้เพื่อช่วยให้คุณล้ำหน้าเกินกว่าคู่แข่งได้

Strengths

เป็นระบบที่มีประโยชน์มาก ซึ่งผู้พัฒนาระบบนี้สามารถมองเห็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ และคิดค้นวิธีแก้ปัญหานี้ซึ่งยังเป็นปัญหาของคนส่วนใหญ่ การเสียเวลากับการหาสถานที่ในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นจุดสำคัญ หรือ จุดพื้นฐานอย่างเช่น ห้องน้ำ ลิฟท์ ทางไปที่จอดรถ ทางหนีไฟ ซึ่งหากระบบนี้ใช้ได้จริง เราจะประหยัดเวลาในการเดินหา หรือเดินสอบถามทางเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในต่างประเทศที่มีภาษาท้องถิ่นอย่างเช่น ญี่ปุ่น หากระบบบนสมาร์ทโฟนสามารถนำทางได้แม้กระทั่งภายในอาคาร ชีวิตเราจะง่ายขึ้นอีกเยอะ หรือแม้กระทั่งเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินในอาคาร ผู้ที่ไม่คุ้นเคยเส้นทางหนีไฟ อาจจะใช้ระบบนำทางนี้ช่วยได้ ในขณะที่คุณมีสติ ยิ่งไปกว่านั้นนอกจากนำทางแล้ว ยังสามารถทำประโยชน์ร่วมไปกับการตลาดของห้างร้านต่างๆได้อีกด้วย เช่น ให้ข้อมูลว่า ณ เวลานั้นๆ มีงานแสดงอะไรที่พิพิธภัณฑ์ มีการลดราคาสินค้าที่ห้าง หรือ ร้านค้านั้นๆ เป็นส่วนหนึ่งของ E-Commerce ได้อีกต่างหาก และด้วยทางเลือกในการใช้งานที่หลากหลาย ก็จะสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ในทุกระดับ ด้วยจุดแข็งของระบบการพัฒนาแผนที่ในอาคารนี้ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางเทคโนโลยีชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

Weaknesses

การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมือง อาจจะทำให้ข้อมูลที่มีไม่ครอบคลุมตามที่ผู้ใช้คาดหวังหรือต้องการ หรืออาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์จริง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ความไม่แม่นยำของข้อมูลสถานที่ ผู้ใช้อาจจะเสียเวลากว่าเดิม อย่างเช่นที่เราเห็นใน GPS ที่ยังบอกเส้นทางที่ไกลกว่าเส้นทางปกติ หรือไม่รู้จักเส้นทางลัด ก็ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันด้วยความไม่แม่นยำเหล่านี้ อาจส่งผลให้จุดแข็งก็สามารถกลายเป็นเป็นจุดอ่อนได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ในอาคารบางแห่งอาจรับสัญญาณโทรศัพท์ได้ไม่ดี ซึ่งก็จะส่งผลทำให้การใช้งานได้ทำได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ

และการที่บริษัทยักษ์ใหญ่พัฒนาระบบเพื่อรองรับกับสินค้าของตัวเองเท่านั้น ก็ถือว่าเป็นอุปสรรคในการใช้งานสำหรับผู้ใช้ได้เหมือนกัน ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง ก็ยังมีระบบรองรับก็ตาม แต่ความคุ้นเคยหรือความชอบในระบบนำทางนั้นๆ อาจจะมีผลต่อการเปลี่ยนเช่นกัน เช่น หากคุณใช้ระบบแผนที่ของ Google มาตลอด และถึงเวลาจะเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ คุณอาจจะไม่อยากย้ายค่าย เนื่องจากถูกใจกับระบบที่ใช้เป็นประจำทุกวัน ซึ่งหากบริษัทยักษ์ใหญ่ สามารถพัฒนาระบบที่ใช้ได้บนทุกรูปแบบของอุปกรณ์ ก็จะช่วยให้ทางเลือกในการใช้งานกว้างขึ้น

Opportunities

ระบบแผนที่ภายในอาคาร ยังมีโอกาสในการพัฒนาต่อไปอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ใช้ธรรมดาทั่วไป หรือจะเป็นในลักษณะรูปแบบธุรกิจ อย่างเช่นในวงการ Logistics หรือการส่งสินค้าประเภท Express Courier หรือ Messenger ที่ต้องส่งสินค้าในอาคารสำนักงาน ซึ่งระบบนี้ก็จะช่วยในการทำเวลาในการส่งสินค้าได้เร็วขึ้น Directory ในห้างสรรพสินค้าที่ต้องไปคอยดูเพื่อหาเลขที่ร้านค้า และเดินตาม หรือต้องถ่ายรูปแล้วเดินถือเพื่อจะหาทางไปร้านนั้นๆ ความไม่สะดวกเหล่านี้ จะเป็นโอกาสให้ได้นำระบบนี้ไปใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและดึงดูดให้ ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้ามากขึ้น และการบอกตำแหน่งของสินค้าบนชั้นวางหรือแผนกต่างๆในห้างร้าน จุดนี้ถือเป็น value added ให้กับห้างร้านได้ทีเดียว ด้วยการแข่งขันในการพัฒนาระบบนี้ เป็นโอกาสที่ผู้บริโภคจะได้ใช้ระบบจริงเร็วยิ่งขึ้น การพัฒนาต่อเนื่องให้แผนที่เป็นรูปแบบ virtual ก็จะยิ่งต่อยอดความน่าสนใจของผู้ใช้มากยิ่งขึ้นไป ถือเป็นโอกาสดีอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน

Threat

ในยุคที่มีการโจรกรรมในหลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้ระบบการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารมีความหนาแน่นขึ้นมาก ดังนั้นการที่ผู้พัฒนาระบบจะนำข้อมูลภายในที่ค่อนข้างละเอียด ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรจากสถานที่ในบางแห่ง นอกจากนี้อาจยังมีปัญหาด้านกฎหมายในประเทศอื่นๆ ที่อาจจะได้รับอนุญาตในการให้รายละเอียดภายในอาคารเพราะคำนึงเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงของชาติ จาการก่อการร้ายได้ นอกจากนี้ การแข่งที่ค่อนข้างสูงในวงการ IT คู่แข่งที่ถือครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่นั้น ก็กำลังแข่งขันกันเร่งพัฒนาระบบนี้ ตรงนี้ถือเป็นอุปสรรคของบริษัทขนาดเล็กในการต่อสู้เพื่อแบ่งส่วนแบ่งในตลาด มาบ้าง

ที่มา : http://www.wired.com/insights/2013/06/the-next-frontier-of-navigation-in-location-positioning/

จัดทำโดย
น.ส. สุกัญญา ศรีมงคลงาม ID : 5520221031

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License