Itunes

เนื่องด้วย iTunes สามารถเชื่อมต่อ iPod กับ computer ได้ อีกทั้งยังเป็น iTunes music store ให้ลูกค้าไป download เพลงได้ตามความต้องการ ด้วยสอง combination ที่ลงตัว Apple จึงมีแนวคิดว่าจะตั้งตนเป็นศูยน์กลางแห่งความบันเทิง (Entertainment hub) iTunes store เป็นที่แรกในการ download เพลงที่ถูกกฎหมาย ลูกค้าสามารถ download เพลงโดยจ่ายเพียง 99 cents ต่อเพลง เพลงที่ download สามารถเล่นบน PC ไลท์ลงแผ่น CD หรือจะ transfer เพลงจาก PC เข้าสู่ iPod ก็ได้ ทำให้ภายในสามปีหลังการ launch iTunes มีการ download 1 ล้าน copies iTunes software และมีการ download เพลงถึง 1000000 เพลง การที่ iTunes เป็นแหล่งรวมเพลงทีมีให้เลือกมากมาย แล้วลูกค้าต่างก็ชื่นชอบ จึงทำให้ในเดือนตุลาคม ปี 2012 มีการซื้อเพลงไปทั้งหมด 16 billion เพลง iTunes จึงเป็นคลังเพลงที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดการขยายตัวในส่วนของ audiobooks, podcasts, หนังสือ ภาพยนตร์ หรือ TV show ที่สามารถหา load ได้ใน iTunes อีกด้วย

การเปิดตัวของ iTunes ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของ iPod ณ Quarter ก่อนที่จะเปิดตัว iTunes iPods ขายไปเพียง 78,000 ชิ้น แต่หลังจาก iTunes launch ออกมา สามารถเพิ่มยอดขายของ iPods ได้สูงถึง 304,000 ชิ้นใน 1 Quarter เท่านั้น ซึ่งในราคราในการ download เพลงจะอยู่ที่ $0.69, $0.99 และ $1.29 ต่อการ download 1 ครั้ง และหลายๆ apps ก็ free download ซึ่งรายได้โดยเฉลี่ย 70 % ของเงินที่ได้จากการ download Apple ต้องหักให้เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง อีก 20% หักให้กับค่ากระบวนการ credit card ต่างๆ เหลืออีกเพียงแค่ 10% เท่านั้นที่เป็นรายได้ของ Apple แต่ด้วยความชาญฉลาดของ Jops ที่เป็นผู้ create “Razor-and-blade business” กล่าวโดยสรุปคือ รายได้จากการ download เพลงอาจไม่ใช่รายได้หลัก แต่เป็นการเพิ่มยอดขายของ iPod เพื่อใช้ควบคู่กับ iTunes ทางอ้อมนั่นเอง

คู่แข่ง
เพลง Online ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Napster, Walmart.com ได้ทำการลดราคาในการ download เพลง เพื่อแข่งขันกับ iTunes บางค่ายได้วางแผนในการให้ลูกค้าเข้าฟังเพลงได้อย่างไม่มีข้อจำกัด โดยเริ่มต้นแค่เพียง $5 ต่อเดือนเท่านั้น คู่แข่งส่วนมากได้ออกกลยุทธ์ให้เพลงสามารถเล่นได้กับหลายอุปกรณ์ รวมถึง iPod อีกทั้งยังมี Internet radio เช่น Pandora ก็เสนอให้มีบริการในส่วนของ streaming music ส่วน Spotify ก็ได้เสนอให้ user สามารถสร้าง playlists share และเล่นเพลงได้ไม่จำกัด ในบางตลาดพบว่า Market share ของ Spotify มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า iTunes และในเดือนเมษายนปี 2012 ค่ายที่ offer streaming music ส่วนใหญ่ จะให้เล่นเพลง music streaming แบบ unlimit ณ ราคาเพียง $9.99 ต่อเดือนเท่านั้น

จากการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง Apple ก็เริ่มวิตกเกี่ยวกับยอดขายของ iPod ในอนาคต Jobs จึงได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยเข้าซื้อ Lala.com ซึ่งให้บริการ music streaming ทำให้ Apple ยังสามารถครองตลาดเครื่องเล่น MP3 Digital ได้โดยผ่านการ download เพลงทาง Media player และในเดือนมิถุนายนปี 2007 เขาได้ launch iPhone ที่มีความสามารถเป็นทั้ง Smart phone และมีความเป็น iPod อีกด้วย

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License