Mobile Enterainment

Mobile Entertainment เป็นบริการที่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเกี่ยวกับความสนุกสนานบันเทิงใจ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีบริการเครือข่าย 3G ก็ยังมีบริการบันเทิงใจในรูปแบบต่างๆ เช่น รูปภาพวอลล์เปเปอร์สวยๆ เสียงเรียกเข้าเพราะๆ ข้อความขำๆตลกๆ เป็นต้น แต่เมื่อหลายๆประเทศได้ให้บริการระบบ 3G ก็ได้เน้นให้บริการด้านนี้กันมากขึ้น ด้วยความน่าดึงดูดใจของบริการเอง จึงทำให้มีผู้เข้ามาใช้บริการด้านนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเทคโนโลยี HSPA เข้ามาช่วยเรื่องความเร็วและทำให้ต้นทุนในการให้บริการลดลง อีกทั้ง Ring tone Download ก็ประสบความสำเร็จมาก ก็ทำให้ผู้ให้บริการหลายๆรายยังคงมีความหวังที่จะให้บริการด้าน Mobile Entertainment มากขึ้น จากเดิมที่เคยคิดราคาแยกกันระหว่างคอนเทนต์ของผู้ให้บริการคอนเทนต์ (Content Provider) และแอ๊คเซสของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้ดูราคาแพงโดยใช่เหตุ ก็หันมาใช้ระบบ Revenue Sharing หรือค้นหาโมเดลการจ่ายเงินที่ทำให้ผู้ใช้บริการไม่รู้สึกว่าเหมือนต้องจ่ายเงินซ้ำซ้อน อีกทั้งผู้ให้บริการก็ได้หันมาใช้ระบบ Portal ที่มีการค้นหา และเชื่อมต่อไปยังอินเทอร์เน็ตมากขึ้นอีกด้วย ทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกสะดวกและราคาไม่แพงนัก บ้านเราก็เห็นได้ชัด เช่น หากว่าเราได้เปิดรายงานประจำปีของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเอไอเอส หรือ ดีแทค ก็จะพบว่า บริการเสริมที่ประสบความสำเร็จมาก รองจาก SMS ก็คือ บริการ Ring Back tone ซึ่งเป็นหนึ่งใน Mobile Music ด้วย

Mobile Music

“Mobile Music” บริการนี้มีจุดเริ่มต้นมาจาก Digital Music ที่กำลังเป็นที่นิยมกันไปทั่วโลก โดยเมื่ออะไรๆก็เป็นดิจิตอลแล้ว การส่งไปมาหากันก็สะดวกขึ้นมาก โดยที่อเมริกาเหนือนั้น ดิจิตอลมิวสิกนี้เป็นที่นิยมมาก และมีรายได้ของตลาดดิจิตอลมิวสิกนี้สูงที่สุดประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งโลกเลยทีเดียว ตลาดก็ใกล้ที่จะอิ่มตัวแล้วหากเทียบกับบริเวณอื่นๆ จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 9% เท่านั้น หากเทียบกับยุโรป (22.1%) และเอเชีย-แปซิฟิก (24.4%) แล้ว แสดงว่าการเติบโตได้เปลี่ยนไปที่ตลาดอื่นๆมากกว่า
Mobile Music หลักๆก็จะมี Ring Tone, Ring Back Tone (RBT), Full-track download และ Streaming ซึ่งหากจะดูว่าตัวใดได้รับความนิยมสูงสุด ก็คงจะดูจากรายได้เป็นหลัก ตัวที่ทำรายได้ให้มากที่สุดก็คือ Ring Tone ( 60% ) และ RBT (15%) ส่วนของ Full-track download และ Streaming จะได้รายได้ประมาณ 13.7% ในปี 2007 นั้น

บริการ Ring Tone และ RBT นั้น พวกเราจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว โดย Ring Tone หรือบริการเสียงเรียกเข้านั้น นับว่าเป็น Cash Cow สำหรับบริการ Mobile Music เลยทีเดียว เพราะเป็นรายได้หลักแม้เป็นการคิดค่าบริการเพียงครั้งเดียว และมีส่วนแบ่งมากที่สุดใน Mobile Music เลยทีเดียว เนื่องจากในปัจจุบัน ลูกค้าเองก็สามารถที่จะทำการตัดเพลงจากเพลงที่ตนเองมีและชื่นชอบ ทำให้รายได้ส่วนนี้มีแนวโน้มที่จะลดลงไปในอนาคต ในส่วนของ RBT นั้น เป็นเสียงดนตรีรอรับสาย ดังเช่นเอไอเอสที่เรียกว่า Calling Melody ซึ่งจะคิดค่าบริการเป็นแบบ Subscription เป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากใน Asia Pacific ก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างมากในยุโรปตะวันตกและอเมริกาเหนือ ทำให้เป็นบริการที่มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต บริการทั้งสองนี้ เป็นบริการที่สามารถให้ได้บนเครือข่าย 2G หรือ 2.5G ที่มีในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าอาจจะมีการพัฒนาเพิ่มเติมให้ใช้บริการ 3G ได้เพิ่มเติมขึ้นอย่างเช่น Multimedia RBT ก็ตาม แต่หลักๆตอนนี้ก็ยังเป็นแบบดั้งเดิมอยู่
Mobile Music (Full-track) นั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดมากขึ้นหลังจากที่มีบริการเครือข่าย 3G ซึ่งเป็น Mobile Broadband มากขึ้น มีความเร็วมากขึ้น ในยุคอินเทอร์เน็ตกำลังเฟื่องฟูเช่นนี้ ทัศนคติใหม่ที่เกิดขึ้นในหมู่คนยุคใหม่ก็คือ “Music เป็นอะไรที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อ” โดยเฉพาะในต่างประเทศที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย และสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่ค่อยน่าสบายใจนักก็คือ การแชร์ไฟล์เพลงกันเอง ทั้งในหมู่เพื่อนฝูงหรือการแชร์กันอย่างผิดกฎหมาย ทำให้เกิดทัศนคติที่อันตรายเช่นนี้ขึ้น นั่นก็เป็นกระแสที่เกิดขึ้นในโลกยุคใหม่ที่ผู้ประกอบการและหาเลี้ยงชีพอย่างพวกเราต้องปรับตัวกันต่อไป ดังนั้น เพื่อไม่ให้ฝืนกระแสจนเกินไป ทาง Gartner จึงได้นำเสนอรูปแบบ Business Model สำหรับ Mobile Music ที่น่าสนใจและประสบความสำเร็จอยู่ในปัจจุบันนี้ มีอยู่สามแบบ

1. Subscription Model “All you can eat”
ตัวอย่างเช่น บริการ Music Station ของ Omnifone ซึ่งใช้โมเดลนี้ โดยร่วมกับ Telenor ในสวีเดน และ Vodafone ในอังกฤษในการให้บริการ และประสบความสำเร็จมากทีเดียว มีจำนวนผู้สมัครใช้บริการมากที่สุดในประเทศอังกฤษ และมากกว่าที่บริการ music subscription บนคอมพิวเตอร์เสียด้วยซ้ำ เพราะว่าปรกติเครื่องโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์ฟังเพลงชั้นดีที่พกพาไปไหนต่อไหนได้ดี นับเป็นตัวอย่างที่ผู้ใช้บริการ ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองจ่ายค่าซื้อเพลงแต่ละเพลงแต่อย่างใด

2. DRM-free Model “a la carte”
ตัวอย่างของผู้ให้บริการเช่นนี้ ได้แก่ Vodafone New Zealand ที่เริ่มให้บริการในเดือนกันยายน 2008 เป็นทางเลือกเพิ่มเติมนอกจาก MusicStation ที่ได้เปิดบริการไป เพราะหากว่ายูสเซอร์ชื่นชอบเพลงใดเป็นพิเศษและต้องการเป็นเจ้าของเพลงนั้น ซึ่งก็ประสบความสำเร็จพอสมควร ซึ่งนอกจากผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เองแล้ว ยังมีผู้ให้บริการรูปแบบอื่น เช่น Amazon ที่ขายเพลง MP3 ก็ได้ให้บริการลักษณะเดียวกันร่วมกับระบบโทรศัพท์ G1 Android จาก Google

3. Embedded subscription Model “Subsidy”
ตัวอย่างของผู้ให้บริการของ Business Model ที่เกิดขึ้นมาสำหรับ Mobile Music แบบ full-track downloads หรือ Streaming ซึ่งในอนาคตก็อาจจะมีรูปแบบอื่นๆที่เกิดขึ้นมาอีกมากมาย ทั้งอาจจะเป็นสังคม Community ที่แชร์เพลงกันเองอย่างใน Music Station แต่เพียงอย่างเดียว หรืออาจจะเป็นลักษณะของสิ่งที่ได้ฟรี แต่ต้องฟังโฆษณาก่อน ก็เป็นได้ ก็คอยดูกันต่อไปเรื่อยๆ

Mobile TV/Video

บริการ Mobile TV/Video มีความน่าสนใจมาก และเป็นความหวังในการหารายได้ของผู้ให้บริการรายต่างๆเพื่อให้สามารถที่จะอยู่ได้ในระยะยาว ถึงแม้ว่าผู้ให้บริการบางรายจะยังไม่มีระบบ 3G แต่เนื่องจากความน่าสนใจนี้เอง ทำให้ผู้ให้บริการดังกล่าว ก็พยายามจะให้บริการ Mobile TV/Video จากระบบ 2.5G ที่ตนมีอยู่นั้น และความเร็วขั้นต่ำที่ต้องการก็คือ 64-80 kbps ก็พอที่จะทำให้เป็นไปได้ในการให้บริการอยู่ ตัวอย่างที่เราเห็นๆกันอยู่ในประเทศไทยก็คือ เอไอเอส เทคโนโลยีของ Mobile TV ที่มีก็ได้แก่ DMB (Digital Multimedia Broadcasting) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นใช้งานและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งมีได้สองรูปแบบก็คือ S-DMB (Satellite DMB) และ T-DMB (Terrestrial DMB) อีกเทคโนโลยีอื่นๆสำหรับ Mobile TV ก็คือ DVB-H, ISDB-T, DAB-IP และ Media Flo จาก Qualcomm ซึ่งเทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ DVB-H (Digital Video Broadcasting – Handheld) และ Media Flo ปัจจุบันมีผู้ให้บริการในหลายๆประเทศได้เปิดให้บริการ Mobile TV/Video ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็คือ ผู้ให้บริการระบบ 3G แต่ก็มีหลายๆรายยังคงเป็นระบบ 2.5G อยู่ เช่น Reliance และ Hungama จากประเทศอินเดีย และเอไอเอสในบ้านเรา

Mobile Gaming

Mobile gaming นั้น สามารถที่จะสร้างรายได้เป็นอันดับสองของ Mobile Entertainment เลยทีเดียว สร้างรายได้ทั่วโลกที่ 3.2พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่ารายได้ 0.4% ของทั้งหมด ซึ่งในอดีตนั้น จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไร เนื่องจากการดาวน์โหลดเกมนั้นช้า และคิดค่าบริการในการโหลดที่แพง แต่ในปัจจุบันที่ความเร็วของ HSDPA ทำให้การดาวน์โหลดเร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง จึงทำให้ราคาต่ำลงไปด้วย ทำให้ปี 2007 เป็นปีที่ Mobile Gaming ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ประเทศหลักๆที่ใช้บริการนี้มีอยู่ 3 ราย สองรายแรกก็คือขาประจำของเรา ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ส่วนอีกประเทศก็คือ สหรัฐฯ ทั้งสามประเทศนี้มีการใช้บริการนี้คิดเป็นมูลค่าเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งโลก (1.5ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ลักษณะของ Mobile Gaming ที่ใช้งานกันมากที่สุดก็คือ การดาวน์โหลด ซึ่งสร้างรายได้ให้ถึง 80-85% ของรายได้ Mobile Gaming ทั้งหมด โดยการใช้งานจะเป็นลักษณะของการดาวน์โหลดมาเก็บไว้ แล้วเล่นออฟไลน์กัน ไม่ได้ออนไลน์เหมือนกับเกมคอมพิวเตอร์ทั่วไป ทั้งนี้ เพราะธรรมชาติของ Mobile Internet ที่ใช้งานนั้น ราคาจะสูงกว่าอินเทอร์เน็ตตามบ้าน และมักจะมีการจำกัดปริมาณการใช้งานข้อมูลในบางประเภทอยู่

Mobile Image

สำหรับ Mobile Image นั้นก็มีได้หลายรูปแบบ ทั้งการ์ดอวยพร การ์ตูน ไอคอน โลโก้ วอลล์เปเปอร์ สกรีนเซิร์ฟเวอร์ เป็นต้น ซึ่งมักจะดาวน์โหลดจากผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์หรือจากคอนเทนต์โพรไวเดอร์อื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ User Generated Content ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของบริการต่างๆ รวมทั้ง Mobile Image นี้ด้วย สำหรับ Mobile Image นั้นก็มีได้หลายรูปแบบ ทั้งการ์ดอวยพร การ์ตูน ไอคอน โลโก้ วอลล์เปเปอร์ สกรีนเซิร์ฟเวอร์ เป็นต้น ซึ่งมักจะดาวน์โหลดจากผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์หรือจากคอนเทนต์โพรไวเดอร์อื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ User Generated Content ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของบริการต่างๆ รวมทั้ง Mobile Image นี้ด้วย สาเหตุที่เป็นปัจจัยสำคัญก็คือ ความชื่นชอบของคอนเทนต์ต่างๆ เช่น รูปภาพ วอลล์เปเปอร์ต่างๆนั้น จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น ในประเทศจีนและเยอรมนีนั้น ผู้ชายจะชอบภาพของรถยนต์ ผู้หญิง แต่ผู้หญิงในจีนกลับชอบภาพการ์ตูน และในเยอรมัน ผู้หญิงจะนิยมภาพของเด็กๆ เป็นต้น และหากนำเอาภาพเหล่านั้นมาแชร์กัน ก็จะได้ตลาดใหม่ที่ใหญ่ขึ้น การชำระเงินก็อาจจะเป็นรูปแบบต่อครั้ง การสมัครสมาชิก และแพ็คเกจรวมต่างๆได้

mobile_app_main_pic.jpg

ที่มา : http://3gthaitech.blogspot.com/2010/10/mobile-entertainment.html

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License