Compare and Contrast the Cloud Computing Providers

VMWare

[http://www.vmware.com/solutions/cloud-computing/index.html
Cloud Computing Solutions]


VMware vCloud Suite เครื่องมือสร้างระบบ Private Cloud สำหรับองค์กร เป็นเครื่องมือที่เปลี่ยนระบบ Datacenter แบบเดิมไปสู่ระบบ Virtualize Datacenter อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Server, Storage หรือ Network และยังช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบ Private Cloud ได้อย่างง่ายดายและพร้อมที่จะย้ายข้อมูลขององค์กรขึ้นสู่ Public Cloud ได้ตามต้องการ สามารถจัดการทรัพยากรเสมือนขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ IT Admin สามารถกำหนด Resource (CPU, Memory หรือ OS) ให้เหมาะสมกับแต่ละแผนก และผู้ใช้งานในแต่ละแผนกยังสามารถสร้าง Virtual Machine ได้ตามสิทธิที่ตนเองได้รับ หากต้องการทราบว่าแต่ละแผนกมีค่าใช้จ่ายในส่วนของ IT เท่าไหร่ก็สามารถใช้ vCenter Chargeback Manager เพื่อติดตามการใช้งาน Resource และแสดงข้อมูลการใช้งานเมื่อถึงเวลาที่ต้องการได้

VMWare_vCloud1.jpg

VMware vCenter Operation Management Suite (VCOPS)


VCOPS จะแสดงผลเป็นสีแทนการแสดงผลเป็นกราฟ ช่วยให้ IT Admin สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
ระบบ Capacity Planner ที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าระบบ Infrastructure ที่มีอยู่นั้นยังมี Resource เพียงพอเพื่อรองรับการใช้งานในองค์กรหรือไม่ ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถลงทุนได้อย่างคุ้มค่า สามารถคาดการณ์ระยะเวลาการใช้งานและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

VMWare_vCloud3.jpg

Mobile Application ด้วย VMware vFabric Application Director


VMware vFabric Application Director จะสร้าง Template เป็น Package ไว้ ดังนั้น ทีม Programmer เพียงแค่คลิกและเลือกแอพพลิเคชันก็สามารถเขียน Code ได้เลย ซึ่งสอดคล้องกับกระแสแอพพลิเคชันสมัยใหม่ที่เน้นหนักไปที่ Mobile Application ที่ยิ่งเขียนได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น

VMWare_vCloud4.jpg

VMware vCloud Automation Center


เช่าใช้ Resource ต่าง ๆ จาก Public Cloud ได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือการบริหารจัดการระบบVirtual Machine ที่ต่างเครือข่ายกัน ซึ่ง vCloud Automation Center สามารถบริหารจัดการ Virtaul Machine ทั้งที่เป็น Private Cloud และ Public Cloud ที่มาจากคนละเครือข่ายให้ทำงานร่วมกันได้ เนื่องจากศูนย์กลางระบบ vCloud Automation จะมีลักษณะการใช้งานแบบผู้ใช้บริการตนเอง (Self-service) ดังนั้นผู้ใช้งานสามารถเลือก Virtual Machine หรือ Application ที่ต้องการ แม้จะไม่รู้ว่า Resource นั้นอยู่ที่ใด

VMware vCloud Director


Virtual Machine ได้รวดเร็วและง่ายดายขึ้นผ่านระบบ VMware vCloud Director โดย vCloud Director จะสร้าง Template ของ Virtual Machine ไว้หลาย ๆ แบบ แบ่งตาม CPU, Memory หรือระบบปฎิบัติการ (OS) แล้วนำไปเก็บไว้เป็น Catalogue ผู้ใช้งานเพียงแค่เลือกว่าจะสร้าง Virtual Machine จาก Catalogue ใด

Service Level Agreement


รับประกันเรื่อง SLAs (Service Level Agreement) เพราะมีระบบพื้นฐานที่ดีจาก VMware vSphere ซึ่งอุตสาหกรรม IT ให้การยอมรับว่าเป็นผู้นำในเรื่องความเสถียรของระบบ Virtualization ด้วยเหตุนี้ ทุกองค์กรจึงมั่นใจได้ว่าเครื่อง Virtual Machine ที่เป็น Critical Application จะสามารถทำงานได้ถูกต้องและมีความเสถียรที่สุด

VMWare_vCloud.jpg

VMware vCenter Site Recovery Manager


Virtual Datacenter เต็มรูปแบบ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงในการย้าย Resource ไปมาและด้วยคุณสมบัติพิเศษของ Site Recovery Manager(SRM) จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบสำรองไว้ยัง Public Cloud ได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการสร้าง Disaster Recovery ลงเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ VMware vCloud Suite ยังมาพร้อม 3 แพคเกจที่ให้คุณเลือกใช้ตามความเหมาะสมขององค์กร ได้แก่ vCloud Suite Standard, vCloud Suite Advanced และ vCloud Suite Enterprise

Google


Google Drive
ภาพรวมของ Google ไดรฟ์

ลองนึกถึง Google ไดรฟ์ว่าเป็นฮาร์ดไดรฟ์ที่ติดตามคุณไปทุกหนทุกแห่ง และช่วยให้คุณสามารถเก็บและแบ่งปันได้ทุกอย่าง นี่คือไฟล์ โฟลเดอร์ และ Google เอกสารส่วนตัวของคุณที่คุณสามารถเข้าถึงจากเว็บเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์อะไรก็ได้ที่คุณได้ติดตั้ง Google ไดรฟ์ไว้
เก็บไฟล์ 2GB แรกได้ฟรี

เมื่อ Google ไดรฟ์ของคุณมีข้อมูลมากขึ้น คุณสามารถซื้อพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่ม โดยเริ่มที่ราคาไม่ถึง $4.99 ต่อเดือนสำหรับพื้นที่ 100GB
เข้าถึงทุกอย่างใน Google ไดรฟ์ได้จากอุปกรณ์ของคุณ

Google ไดรฟ์ของคุณทำงานอยู่ในระบบคลาวด์ แต่คุณสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับเดสก์ท็อปและแอปพลิเคชันมือถือเพื่อเข้าถึงเนื้อหาของคุณด้วยคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต นอกเหนือไปจาก drive.google.com ได้
ทำให้ไฟล์มีข้อมูลตรงกันอยู่เสมอ เพียงเชื่อมต่อกับเว็บ ที่เหลือจะทำงานโดยอัตโนมัติ

ความสามารถในการซิงค์ภายใน Google ไดรฟ์ จะทำให้ไฟล์ โฟลเดอร์ และ Google เอกสารของคุณมีเนื้อหาเหมือนกันในอุปกรณ์ทุกชนิด
เลิกส่งไฟล์แนบทางอีเมล เริ่มแบ่งปันกัน

Google ไดรฟ์ช่วยให้คุณเลือกได้ตามต้องการว่าจะแบ่งปันไฟล์กับใครบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือครอบครัว ไม่ต้องกังวลกับไฟล์แนบอีเมล เพียงแบ่งปันไฟล์โฟลเดอร์ หรือ Google เอกสารจากอุปกรณ์ของคุณก็ใช้ได้แล้ว
ทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง

คุณมีการทำงานร่วมกันกับคนอื่นใน Google เอกสารหรือไม่ Google ไดรฟ์ช่วยให้คุณสามารถสร้าง เข้าถึง และทำงานร่วมกันในโลกที่ไม่ต้องมีการแบ่งเวอร์ชัน เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ แต่มีคุณลักษณะใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา (ข้างต้น) ซึ่งเราหวังว่าคุณจะถูกใจ

Google-Cloud-Connect-For-Microsoft-Office-300x225.jpg

HP


HP Cloud Services ประกอบด้วยส่วนประกอบสองส่วน ได้แก่ HP Cloud Compute (ประมวลผล) และ HP Cloud Object Storage (เก็บข้อมูล) บริการทั้งสองตัวทำงานอยู่บนฮาร์ดแวร์ของ HP ใช้ซอฟต์แวร์ OpenStack บริหารจัดการ แล้วเพิ่ม Web UI กับ REST API เข้ามา

ตอนนี้ HP Cloud Services เปิด private beta ทดสอบก่อน

สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริด

สำหรับองค์กรต่างๆ ที่ต้องการแนวทางการให้บริการที่มีความคล่องตัว การพัฒนา ใช้งาน และบริหารจัดการบริการไอทีให้มีความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ส่วนตัวและสาธารณะรวมทั้งบนระบบการให้บริการไอทีแบบเดิมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ดังนั้น เอชพีจึงเดินหน้าพัฒนาระบบคลาวด์อย่างไม่หยุดยั้ง โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น และบริการต่างๆ ดังนี้

· บริการ HP CloudSystem integrations ซึ่งพัฒนาร่วมกับอัลคาเทล-ลูเซ่น เพื่อให้ผู้ให้บริการด้านสื่อสารสามารถให้บริการระบบคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้ระบบไอทีและเครือข่ายระดับองค์กร ทั้งนี้ การผนวกรวมระบบโครงสร้างพื้นฐานไอที ซอฟต์แวร์ และเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมเข้าไว้ด้วยกันทำให้ผู้ให้บริการด้านสื่อสารสามารถจัดการและสนับสนุนทรัพยากรคลาวด์บนเครือข่ายที่มีเสถียรภาพสูงได้โดยอัตโนมัติ

· โครงการ HP CloudAgile Service Provider Program สนับสนุนผู้ให้บริการให้สามารถเข้าถึงการขายได้มากขึ้น มีพอร์ทโฟลิโอบริการต่างๆ เพิ่มขึ้น และมีวงจรการขายที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงสำนักงานขายระดับโลกของเอชพีได้โดยตรง นอกจากนี้ เอชพียังผนึกกำลังกับพันธมิตรในภูมิภาคยุโรปเป็นครั้งแรกเพื่อขยายโครงการนี้ ทั้งยังมีบริการโฮสติ้งใหม่ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้รับการรับรองใหม่ล่าสุด เพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการในการให้บริการคลาวด์แบบส่วนตัวที่พัฒนาจากโซลูชั่น HP CloudSystem ได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ

· โซลูชั่น HP CloudSystem Matrix 7.0 ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมปฏิบัติการหลักที่เสริมสร้างพลังให้แก่โซลูชั่น HP CloudSystem ทำให้ลูกค้าสามารถสร้างระบบคลาวด์แบบไฮบริดได้อย่างง่ายๆ ด้วยการใช้ฟังก์ชั่นแบบ push-button เพื่อเข้าใช้ทรัพยากรไอทีบนระบบคลาวด์จากภายนอกองค์กร โดยใช้เทคโนโลยี ‘bursting capability’ ใหม่และเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมไอที นอกจากนี้ โซลูชั่น HP CloudSystem Matrix 7.0 ยังสนับสนุนระบบจัดเก็บข้อมูล HP 3PAR storage ซึ่งเป็นระบบออนดีมานด์แบบอัตโนมัติที่ช่วยลดข้อผิดพลาดและเร่งรัดการใช้บริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที

· โปรแกรม HP Cloud Protection แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการดูแลคุ้มครองผู้ใช้งาน กระบวนการทำงาน นโยบาย และเทคโนโลยีเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบคลาวด์แบบไฮบริดในระดับเดียวกับระบบไอทีที่ใช้ในองค์กร นอกจากนี้ เพื่อแก้ไขอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขององค์กรที่ต้องการปรับเปลี่ยนสู่สภาพแวดล้อมแบบคลาวด์ โปรแกรมใหม่ดังกล่าวนี้จึงนำเสนอบริการวางกลยุทธ์แบบครบวงจร การจัดทำโรดแม็ป การออกแบบและการดำเนินการที่พัฒนาต่อยอดจากระบบสถาปัตยกรรมแบบอ้างอิงร่วมกัน และด้วยการสนับสนุนจากศูนย์ Cloud Protection Center of Excellence ส่งผลให้ลูกค้าสามารถดำเนินการทดสอบโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนการปกป้องการก้าวสู่ระบบคลาวด์และเวอร์ช่วลไลเซชั่นของเอชพี พันธมิตร และกลุ่มอื่นๆ ได้อีกด้วย

เลือกสรรบริการคลาวด์ระดับองค์กร

องค์กรต่างๆ ต้องการแหล่งให้บริการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วและปลอดภัย ทั้งยังมีความยืดหยุ่นในการตอบสนองความต้องการเร่งด่วนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนั้น เอชพีจึงพัฒนานวัตกรรมบริการสุดล้ำต่างๆ ที่สนับสนุนระบบโครงสร้างพื้นฐานของคลาวด์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว ดังนี้

· โซลูชั่น HP Enterprise Cloud Services – Compute สนับสนุนการกระจายปริมาณงานที่ใช้แอพพลิเคชั่นบนเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ส่งผลให้ลูกค้าสามารถปรับปรุงวิธีการรักษาข้อมูลให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นโดยใช้ระบบการสำรองและจัดเก็บข้อมูลซ้ำซึ่งเป็นออปชั่นใหม่ให้เลือกใช้ พร้อมทั้งติดตั้งและบริหารเครือข่ายแลนแบบเวอร์ช่วลภายในสภาพแวดล้อมคลาวด์ นอกจากนี้ เอชพียังจัดทำโปรแกรม HP proof-of-concept ใหม่ เพื่อให้ลูกค้านำไปใช้ประเมินสมรรถนะของบริการใหม่ของเอชพีดังกล่าวว่าสามารถรองรับปริมาณงานที่มีอยู่เดิมได้มากน้อยเพียงไรก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

· โซลูชั่น HP Enterprise Cloud Services for SAP Development and Sandbox ช่วยลูกค้าประเมินและพัฒนารูปแบบการทำงานของซอฟต์แวร์ SAP Enterprise Resource Planning บนระบบคลาวด์ส่วนตัวแบบเวอร์ช่วล โดยใช้ระบบประเมินที่มีความยืดหยุ่นสูงและอ้างอิงจากปริมาณการใช้งาน

ก้าวสู่โลกแห่งเทคโนโลยีคลาวด์ – ขจัดปัญหาการขาดแคลนทักษะในการทำงานบนระบบคลาวด์

ลูกค้าสามารถนำคำแนะนำของเอชพีและข้อมูลจากการฝึกอบรมที่จัดโดยเอชพีมาใช้ยกระดับระบบศูนย์ข้อมูลแบบเดิมของตนให้รองรับระบบประมวลผลแบบคลาวด์ พร้อมทั้งพัฒนาทักษะภายในองค์กรของตนให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เอชพีมีบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้อย่างดีเยี่ยม ดังนี้

· บริการออกใบรับรอง HP ExpertONE เพื่อออกใบรับรองให้แก่ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ได้แก่ การออกใบรับรอง HP ASE Cloud Architectการออกใบรับรอง HP ASE Cloud Integrator และการออกใบรับรอง HP ASE Master Cloud Integrator โดยเป็นระบบการออกใบรับรองแบบคลาวด์ครั้งแรกสำหรับภาคธุรกิจและฝ่ายเทคนิคต่างๆ

· ขยายโปรแกรม HP ExpertONE ด้วยบริการจัดฝึกอบรมใหม่ โดยสถาบันฝึกอบรมเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดในวงการไอทีและมีการทำงานเป็นอิสระรวม 5 แห่งซึ่งเปิดฝึกอบรมให้ความรู้ในหลักสูตรต่างๆ ภายใต้โปรแกรม HP learning solutions ทุกที่ทั่วโลก นอกจากนี้ เอชพียังจัดตั้งโครงการ HP Institute ที่มุ่งเน้นสนับสนุนการเรียนการสอนด้านวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตจากเอชพี โดยมีรูปแบบการเรียนการสอนภายในห้องเรียนเป็นระยะเวลา 2 ปี และ 4 ปี และระบบ HP Press ที่เดินหน้าขยายระบบการเรียนการสอนด้วยตนเองในหลากหลายรูปแบบสำหรับลูกค้า

· บริการหลักสูตร HP Cloud Curriculum from HP Education Services จัดฝึกอบรมหลากหลายหลักสูตรในหลากหลายภาษา ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับความสำเร็จของกลยุทธ์ระบบคลาวด์ที่ทำให้องค์กรต่างๆ มีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น และมีต้นทุนลดลง โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนให้เลือกมากมาย อาทิ ระบบการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น มีห้องปฏิบัติการออนไลน์แบบเวอร์ช่วล มีระบบการศึกษาด้วยตนเอง ระบบการศึกษาในห้องเรียน ระบบการศึกษาในห้องเรียนแบบเสมือนหรือเวอร์ช่วล และระบบการเรียนการสอน ณ สถานที่ทำการ ซึ่งทั้งหมดนี้เปิดให้บริการ ณ ศูนย์การศึกษาของเอชพี (HP Education Center) รวมกว่า 90 แห่งทั่วโลก

· บริการจัดประชุม HP Chief Financial Officer (CFO) Cloud Roundtables ภายใต้การสนับสนุนจากฝ่าย HP Financial Services เพื่อสนับสนุนประธานด้านการเงินให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณประโยชน์และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบคลาวด์ ตลอดจนแนวทางการปรับเทคโนโลยีและโรดแม็ปการเงินขององค์กรให้สอดรับกับระบบคลาวด์

· บริการ HP Storage Consulting Services for Cloud ให้คำปรึกษาด้านการจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจถึงความต้องการในการจัดเก็บข้อมูลภายในองค์กรของตนสำหรับนำไปใช้ในการประมวลผลบนระบบคลาวด์ส่วนตัว และนำข้อมูลความต้องการดังกล่าวมาวางระบบสถาปัตยกรรมตรงตามความต้องการ

· บริการ HP Cloud Applications Services for Windows Azure สนับสนุนการพัฒนาและย้ายแอพพลิเคชั่นต่างๆ สู่บริการแพลทฟอร์ม Microsoft Windows® Azure ได้อย่างรวดเร็ว

ในโลกที่มีการเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวกของเอชพี (HP Converged Infrastructure) คือ องค์ประกอบสำคัญขององค์กรแบบ Instant-On Enterprise ทั้งนี้ แนวคิดแบบ Instant-On Enterprise คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในทุกกิจกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พนักงาน พันธมิตร และประชาชนได้อย่างตรงจุดและโดยทันที

Microsoft


รายละเอียด
รายละเอียดต่อ

True


True Open-source Cloud Services เป็นบริการให้เช่า Cloud Server แบบ Easy Start อยู่บนระบบ Cloud computing โดยผู้ใช้งานสามารถจัดสรร Resource ไม่ว่าจะเป็น CPU, RAM, Hard Disk, ระบบปฏิบัติการ (OS) ได้ตามความต้องการอย่างอิสระ อีกทั้งยังสามารถปรับขนาดของ Resource ได้ด้วยตนเองตามความต้องการของผู้ใช้งานได้ตลอดเวลา ซึ่งบริการมาพร้อมกับความปลอดภัยของข้อมูล และการให้บริการที่มีคุณภาพอย่างมืออาชีพ

True Enterprise Cloud services เป็นบริการให้เช่า Cloud Server ระดับ Premium อยู่บนระบบ Cloud computing โดยผู้ใช้งานสามารถจัดสรร Resource ไม่ว่าจะเป็น CPU, RAM, Hard Disk, ระบบปฏิบัติการ (OS) ได้ตามความต้องการอย่างอิสระ อีกทั้งยังสามารถปรับขนาดของ Resource ได้ด้วยตนเองตามความต้องการของผู้ใช้งานได้ตลอดเวลา ซึ่งบริการมาพร้อมกับความปลอดภัยของข้อมูล และการให้บริการที่มีคุณภาพอย่างมืออาชีพ

CC.png

Amazon


Amazon EC2

EC2 มีตัวเลือกของเซิร์ฟเวอร์อยู่มากมาย (ตามข้อมูลล่าสุดของวันที่ 24 ธันวา 2553 มีทั้งหมด 11 ชนิด) เราเรียกคำว่า “ชนิดของเซิร์ฟเวอร์เสมือน” ของบริการ EC2 ว่า instance type โดยแต่ละ instance type เหมาะสำหรับงานหรือแอพพลิเคชันที่แตกต่างกันไป เช่น High-CPU Medium Instance เหมาะสำหรับการประมวลผลหนักๆ, High-Memory Extra Large เหมาะกับแอพพลิเคชันที่ต้องการแรมเยอะๆ, Micro Instance เหมาะกับงานที่มีโหลดไม่มาก, และ Cluster GPU Quadruple Extra Large เหมาะกับงานที่ต้องประมวลผลบนหน่วยประมวลผลกราฟิก เป็นต้น อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้อาจจะเป็นจุดด้อยของ EC2 ก็ได้ เพราะ instance type ทั้ง 11 ชนิดก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ถ้าจะให้ดี EC2 น่าจะยอมให้ลูกค้าออกแบบเซิร์ฟเวอร์เสมือนตามต้องการได้เองด้วย แต่ผมเข้าใจ Amazon ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายในการจัดสรรทรัพยากรคอมพิวเตอร์หากลูกค้าออกแบบเซิร์ฟเวอร์ได้ตามใจ
ค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์ของ EC2 คิดตามการใช้งานจริง (หรือ pay-per-use) และไม่ต้องติดสัญญาผูกมัดกับการใช้บริการ ใช้เท่าไหร่ก็จ่ายตามจริง และอยากเลิกใช้บริการเมื่อไหร่ก็ได้ ทาง Amazon เรียกการคิดราคาดังกล่าวว่า On-Demand Instances ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรารันเซิร์ฟเวอร์บน EC2 แบบ Small Instance จำนวนหนึ่งเครื่องเป็นเวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นเราก็เลิกใช้บริการ EC2 ทาง Amazon เขาจะคิดค่าเช่าเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น หากคิดแค่ค่าเช่าซีพียูอย่างเดียว Small Instance มีราคาเริ่มต้นที่ 0.085 เหรียญต่อชั่วโมง ดังนั้น ถ้ารัน 2 ชั่วโมง ก็จ่ายเพียง 0.085 x 2 = 0.17 เหรียญ
ราคาค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์ที่สมเหตุสมผล … จุดนี้ผมไม่ต้องการบอกว่า EC2 มันถูก เพราะถูกหรือแพงนั้นขึ้นกับลักษณะของระบบและต้องอาศัยการวิเคราะห์ เช่น cost-benefit analysis รวมถึงศาสตร์อื่นๆอย่าง risk analysis ร่วมด้วย เป็นต้น ราคาค่าเช่าการประมวลผลของ EC2 เริ่มต้นที่ 0.02 เหรียญต่อชั่วโมง (ประมาณ 60 สตางค์ต่อชั่วโมง หรือ 430 บาทต่อเดือน) อย่างไรก็ดี การคำนวณค่าใช้จ่ายจริงของ EC2 ต้องคิดค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ปริมาณการใช้เครือข่าย และบริการเสริมอื่นๆด้วย
ผู้ใช้สามารถเพิ่มขนาดฮาร์ดดิสก์และจำนวนฮาร์ดดิสก์ให้กับเซิร์ฟเวอร์เสมือนได้ โดยฮาร์ดดิสก์ดังกล่าวเป็นฮาร์ดดิสก์เสมือนที่เรียกว่า Elastic Block Storage (EBS) ลูกค้าสามารถเลือกฮาร์ดดิสก์ EBS ขนาด 1 GB ถึง 1 TB ต่อก้อนได้ และมีราคาอยู่ที่ 0.10 เหรียญต่อ 1 GB ต่อเดือน นอกจากนี้ มีค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงฮาร์ดดิสก์ด้วย อยู่ที่ 0.10 เหรียญต่อคำสั่ง I/O หนึ่งล้านคำสั่ง นั่นหมายความว่า ถ้าเราใช้ฮาร์ดดิสก์บ่อยมาก เราก็ต้องจ่ายมากไปด้วย
ผู้ใช้สามารถสร้างกลุ่มของเซิร์ฟเวอร์เสมือน (หรือคลัสเตอร์) เพื่อใช้ในการประมวลผลแอพพลิเคชันชนิดเดียวกันเพื่อรองรับโหลดงานที่มีจำนวนมากได้ อีกทั้ง EC2 จัดเตรียม load balancer ชื่อ Elastic Load Balancing สำหรับแบ่งเบาภาระระหว่างเซิร์ฟเวอร์ (แต่ไม่ฟรี) ผู้ใช้สามารถเลือก load balancer เจ้าอื่นๆมาใช้ก็ได้
Auto scaling เป็นบริการฟรีใน EC2 เป็นบริการเติมเต็มคุณสมบัติ elasticity และ on-demand ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักของ cloud computing โดย auto scaling ทำให้ลูกค้าสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อตอบสนองต่อปริมาณโหลดของเซิร์ฟเวอร์ที่แกว่งขึ้นๆลงๆได้ … ผมไม่ขอกล่าวถึง auto scaling มากนัก เพราะสักวันคงได้เขียนถึง auto scaling มากกว่านี้
Amazon มี data center อยู่หลายแห่ง และ Amazon แบ่งเขต data center ออกเป็นโซนๆ (หรือ Availability Zone) ทำให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ไว้ที่โซนไหน และยังสามารถโฮสต์เซิร์ฟเวอร์หลายเครื่องสำหรับงานเดียวกันไว้ในหลายๆโซนได้ด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์มากต่อการเพิ่ม availability ของระบบ (อันเป็นตัวรับประกันความอยู่รอดของระบบ) และยังทำให้เซิร์ฟเวอร์อยู่ใกล้กับกลุ่มเป้าหมายของเซิร์ฟเวอร์มากยิ่งขึ้นด้วย อันทำให้การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์รวดเร็วขึ้นไปด้วย ทั้งนี้ Amazon ยังแบ่งโซนต่างๆออกเป็นภูมิภาคหรือที่เรียกว่า region แต่ละ region ครอบคลุมหลายโซน ตอนนี้รวมแล้วมีทั้งหมด 4 region คือ US – N. Virginia (อเมริกาฝั่งตะวันออก), US – N. California (อเมริกาฝั่งตะวันตก), EU – Ireland (ฝั่งยุโรปที่ไอร์แลนด์), APAC – Singapore (ฝั่งเอเชียแปซิฟิกที่สิงคโปร์)
เราสามารถเช่าเซิร์ฟเวอร์บน EC2 แบบติดสัญญาได้ เรียกว่า Reserved Instances ซึ่งเราจะได้ราคารายชั่วโมงที่ถูกกว่า On-Demand Instances หากแต่เราต้องทำสัญญาเช่าเป็นรายปีหรือรายสามปี และต้องจ่ายค่าเช่า (หรือค่าจอง) เป็นเงินก้อนโตก้อนหนึ่งตอนทำสัญญา เช่น Small Instance ที่ US – N. Virginia มีราคาเช่าที่ 227.50 เหรียญสำหรับสัญญาหนึ่งปี และในหนึ่งปี ลูกค้าจะได้ส่วนลดค่ารันเซิร์ฟเวอร์ในราคาเพียง 0.03 เหรียญต่อชั่วโมง (เทียบกับราคาของ On-demand Instances อยู่ที่ 0.085 เหรียญ)
นอกจาก On-demand Instances กับ Reserved Instances ทาง EC2 ยังมี Spot Instances ซึ่งเป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์ในราคาที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ราคานี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกๆ 30 นาที โดยปกติราคาของเซิร์ฟเวอร์ประเภทนี้จะถูกกว่า On-demand และ Reserved ทั้งนี้ ลูกค้าที่อยากเช่าเซิร์ฟเวอร์แบบ Spot Instances จะต้องแข่งขันเสนอราคากับลูกค้าท่านอื่นๆ และ Amazon จะพิจารณาราคาที่ลูกค้าทั้งหลายเสนอก็ต่อเมื่อ Amazon มีทรัพยากรเหลือพอที่จะให้เช่าในราคาที่ถูก จากนั้น Amazon จะเลือกราคาที่เหมาะสมที่สุด เช่น เป็นราคาที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการและเป็นราคาที่ Amazon พึงพอใจ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น Small Instances ที่ US – N. Virginia มีราคาประมาณ 0.30 เหรียญต่อชั่วโมง (อาจแกว่งขึ้นลงจากนี้ได้) ซึ่งสังเกตได้ว่าราคาไม่ต่างจาก Reserved Instances หากแต่ว่าลูกค้าไม่ต้องจ่ายสัญญาเช่าผูกมัดอย่างที่ต้องทำกับ Reserved Instances อย่างไรก็ดี Spot Instances ก็มีข้อจำกัด (อาจเป็นจุดด้อย) ตรงที่ว่า เซิร์ฟเวอร์ประเภทนี้สามารถถูก shut down โดย Amazon เมื่อไหร่ก็ได้ เพราะอย่าลืมว่า ราคาของ Spot Instances เปลี่ยนแปลงถี่มาก ถ้าหากลูกค้าเสนอราคาที่ต่ำกว่าราคาล่าสุด จะทำให้ Spot Instances หยุดตัวเองกระทันหัน ดังนั้น เพื่อรับประกัน availability ของระบบ ลูกค้าจำเป็นต้องเสนอราคาสูงเท่าที่จะจ่ายได้อย่างสม่ำเสมอ และควรมีระบบ backup ที่มีประสิทธิภาพในกรณีที่ราคาเสนอนั้นต่ำไป ผมขอแนะนำว่าไม่ควรรันระบบที่สำคัญกับ Spot Instances และควรอ่านคำแนะนำการใช้ Spot Instances ที่ Amazon ให้เข้าใจก่อนตัดสินซื้อ
Amazon มีบริการ Amazon Virtual Private Cloud (VPC) สำหรับเชื่อมบริการ EC2 และบริการอื่นๆของ Amazon เข้ากับ private cloud ขององค์กร (เช่น data center หรือ local network ขององค์กร) โดยเป็นการต่อเชื่อมผ่านทางเครือข่าย VPN (ไม่ฟรีนะ)
EC2 มีบริการเสริมอื่นๆมากมาย (ส่วนใหญ่ไม่ฟรี) โดยลูกค้าสามารถเลือกฟีเจอร์ที่ต้องการเสริมให้กับเซิร์ฟเวอร์ตามแต่ต้องการได้ อาทิเช่น Amazon S3 สำหรับจัดเก็บข้อมูลออนไลน์, Amazon CloudFront สำหรับ CDN, Amazon SimpleDB และ RDS สำหรับฐานข้อมูล เป็นต้น
คุณสามารถเอา image ของเซิร์ฟเวอร์เสมือนที่สร้างโดย VMware ไปโฮสต์บน EC2 ได้โดยวิธีที่เรียกว่า VM Import

Amazon-S3-Cloud-Server.jpg

Compare and Contrast

1017075_10200935788410459_2056237994_n.jpg

ที่มา
VMWare
http://www.value.co.th/th/articles/vmware_vCloud.htm
http://blogs.vmware.com/vcloud/tag/vcloud-connector
Google
https://cloud.google.com/
http://www.google.com/intl/th/drive/about.html
https://support.google.com/drive/answer/2375123?hl=en
HP
http://technology.thaiza.com/HP-%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%86-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A-HP-Cloud-Services-%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2/223968/
https://www.hpcloud.com/
http://itbiz.lekasina.com/archives/tag/hp-cloud-computing
Microsoft
http://www.microsoft.com/thailand/technet/cloud1.aspx
http://www.microsoft.com/thailand/technet/cloud2.aspx
http://www.microsoft.com/thailand/technet/cloud4.aspx
http://eworldthailand.wordpress.com/2013/01/21/sc2012-03/
True
http://www.trueidc.co.th/th/menu02_5.html
Amazon
http://megamisc.blogspot.com/2013/04/amazon-cloud-drive-sync-file-5-gb.html
http://dotnetgram.com/amazon-ec2/amazon-ec2-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html
http://thumbsup.in.th/2011/04/learn-from-amazons-cloud-collapse/
http://www.select2web.com/webservice/amazon-elastic-computer-clound-ec2-part-1-overview.html
http://javaboom.wordpress.com/2010/12/24/ec2_for_what/
http://www.it24hrs.com/2011/amazon-cloud-drive-player/

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License