Successful It Project

Identify five examples of successful IT projects. Describe the projects. Explain the key success factor

1.Apple

131583-mbair_large.jpg

• ให้ความสำคัญกับการออกแบบ อย่าง macbook air ที่มีคนพยายามทำเลียนแบบเป็น Ultrabook แต่แค่การเปิดฝาเครื่อง ยังทำได้ไม่ดีเท่า เพราะ MB-A (รวมไปถึงตระกูล Macbook ด้วย) สามารถเปิดฝาได้โดยใช้เพียงแค่นิ้วชี้นิ้วเดียวดันก็สามารถเปิดฝาเครื่องได้ แต่คู่แข่ง(เกือบทั้งหมด) ต้องใช้ 2 มือช่วยเปิด
• ระบบปฎิบัติการที่เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ Jobs มีความหลังฝังใจกับเรื่องความเรียบง่ายมาก โดยเฉพาะตอนที่เค้าเห็นลูกสัตว์ป่า ที่ไม่ต้องมีแม่สอนให้ลุก แต่มันสามารถเดินขึ้นมาได้เอง นั่นเป็นเหตุให้ Jobs พยายามที่จะทำให้เราสามารถใช้ mac ได้โดยไม่ต้องมีคู่มือ
• รสนิยมของ Jobs ถือว่าดีกว่าคู่แข่งมาก สังเกตจากเสื้อคอเต่าที่เค้าสวมเป็นประจำ ไม่ใช่เสื้อคอเต่าธรรมดา แต่เป็นเสื้อคอเต่าที่ให้ Issey Miyake ซึ่งเป็น Desinger ระดับโลกเป็นผู้ออกแบบให้
• เค้านิยมความสมบูรณ์แบบ ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการเลี้ยงดูของพ่อเลี้ยง ซึ่งพ่อเลี้ยงเค้าสอนว่า ช่างไม้ที่ดี เค้าจะทำตู้เสื้อผ้าที่เนี๊ยบเรียบร้อยทุกจุด แม้แต่จุดเป็นจุดที่ช่างเท่านั้นจะมองเห็น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ Jobs ต้องเนี๊ยบไปทุกรายละเอียด แม้แต่ชีวประวัติเค้ายังให้นักเขียนระดับ Walter Isaacson เป็นคนเขียนให้
• ไม่ยอมประนีประนอมกับสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ถ้า Jobs คิดว่าเป็นไปได้ เค้าจะผลักดันสุดตัว เค้าจะมีปัญหากับวิศวกรมาก เพราะบางครั้งออกแบบ แต่ไม่สามารถทำการผลิตได้ และทีมวิศวกรบอกว่าทำไม่ได้ เค้าก็จะบอกว่าไปหาวิธีทำมาให้ได้ และหลายๆ ครั้งที่พบว่า Jobs ถูกต้อง
ที่มา : http://freemac.net/home/topic/7952-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89-apple-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/

2.Paypal

PayPal-logo-1.jpg.png

ปัจจัยในการประสบความสำเร็จ
1. สามารถสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าได้ เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจทั้งหมดของ Paypal มีความเกี่ยวข้องกับเงินของผู้ใช้บริการ ซึ่งในการทำธุรกรรมแต่ละครั้งลูกค้าจะให้ความสำคัญต่อการรักษาความ ปลอดภัยในอันดับต้นๆ ดังนั้น Paypal จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัย และความถูกต้องอยู่เสมอ ในระหว่างเริ่มต้นการประกอบธุรกิจ Paypal ได้สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าด้วยการ แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา (Board of Advisory) ที่มาจากกลุ่มผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption Technology)
2. สามารถคิดค่าบริการในอัตราที่ต่ำกว่าแบบเดิมคือบริการของธนาคารและบัตรเครดิต นอกจากการให้บริการ อำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้แก่ลูกค้าแล้ว จุดเด่นอีกประการหนึ่งของ Paypal คือ การคิดค่าบริการในอัตราที่ต่ำกว่าบริการของธนาคารและบัตรเครดิต ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง บริษัทจำเป็นต้องสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันดังกล่าวไว้ หรือเพิ่มบริการมูลค่าเพิ่มอื่นๆ
(Value Added) เพื่อจูงใจให้ลูกค้าใช้บริการต่อไป
3. มีร้านค้าออนไลน์จำนวนมากรับชำระค่าบริการด้วยระบบชำระเงินของ Paypal ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสะดวก ให้แก่ลูกค้ามากขึ้น ในปัจจุบันมีร้านค้ากว่า 7,000 แห่ง และเว็บไซต์ประมูลเกือบทั้งหมดที่ยอมรับการ ชำระเงินด้วยระบบของ Paypal
ที่มา : http://ptc.icphysics.com/paypal_info1.htm

3.E-Bay

large.jpg?1313842177

ปัจจัยในการประสบความสำเร็จ
1. eBay ทำหน้าที่คิดแทนสมาชิกว่าสมาชิกแต่ละคนกำลังมองหาอะไร โดยศึกษาพฤติกรรมการซื้อ การค้นหา และการติด wish list, watch list และ gift list ให้กับสินค้าที่สมาชิกเข้ามาชมเมื่อครั้งก่อน และเมื่อสมาชิกเข้า eBay อีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏจะมีตั้งแต่คำค้นที่เราใช้ค้นหาสินค้าเมื่อครั้งก่อนๆ สินค้าที่เราเคยดูแล้ว สินค้าแนะนำซึ่งแสดงผลโดยอิงจากการดูสินค้าครั้งล่าสุดของเรา (inspired by your recently viewed items) สินค้าประเภทเดียวกับที่เราเคยดูซึ่งเป็นที่นิยมในเว็บไซต์ สิ่งที่ปรากฏในหน้าแรกทำให้สมาชิกสามารถดูสินค้าถัดจากเดิมได้อย่างต่อเนื่อง ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นผลดีให้กับผู้ขายด้วย เพราะเพิ่มโอกาสการที่ลูกค้าจะพบเห็นและเลือกซื้อสินค้า ซึ่งการแสดงผลหน้าแรกที่คล้ายกันนี้สามารถพบได้ในหน้าแรกของ Amazon เว็บไซต์คู่แข่งรายใหญ่ของ eBay ด้วยเช่นกัน
2. การค้นหาของ eBay เป็นอีกสิ่งที่ช่วยเพิ่มความนิยมให้กับเว็บไซต์ eBay จากการแสดงผลที่ชัดเจน และสมาชิกสามารถระบุคำค้นที่ตรงกับความต้องการได้ สำหรับคำค้นบางชนิดซึ่งเป็นสินค้าหลัก เช่น กระเป๋า เมื่อใส่คำค้นไปแล้วจะปรากฏคำค้นย่อยที่มีคำอธิบายพร้อมรูปภาพประกอบเพื่อให้เราเลือกว่าสินค้าที่เรามองหา อยู่ประเภทไหน เมื่อใส่ค้นว่ากระเป๋า ก็จะมีคำบรรยายพร้อมภาพให้เลือกในลำดับถัดไป เช่น cross-body, satchel, handbag เป็นต้น ซึ่งสำหรับผู้ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ไม่รู้คำเฉพาะ หรือประเภทสินค้า เมื่อดูภาพก็จะเข้าใจได้ทันที นอกจากนี้หากเราอยากลงลึกในคำค้น ทางด้านซ้ายมือจะปรากฏกรอบที่สามารถกำหนดรายละเอียดอื่นๆ เช่นส ภาพสินค้า (ใหม่ มือสอง) รูปแบบการซื้อ (ซื้อ/ประมูล) สินค้าที่แสดงผลต้องมีคุณสมบัติตามที่เลือกเท่านั้น (ส่งเร็วพิเศษ คืนสินค้าได้ ส่งฟรี ฯลฯ) ที่มาของสินค้า เป็นต้น
เมื่อเปรียบเทียบกับเว็บไซต์คู่แข่งอย่าง Amazon พบว่า Amazon ไม่มีตัวเลือกค้นหาที่มาพร้อมภาพประกอบ เมื่อค้นสินค้าประชนิดเดียวกันก็จะปรากฏประเภทสินค้าแบบคร่าวๆ รวมทั้งประเภทสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้ประเภทใหญ่เดียวกัน และไม่สามารถลงละเอียดเชิงลึกอย่าง eBay ได้ทันที
3. ระบบ rating ของผู้ขายที่ eBay ช่วยสมาชิกในการตัดสินใจซื้อได้ดีมาก สินค้าที่ปรากฏหลังการค้นหา นอกจากจะบอกรายละเอียดสินค้าแล้ว ผู้ขายสินค้าที่ได้รับการจัดคุณภาพสูงสุดจะมีตรา “top-rated seller” ปรากฏด้วย ซึ่งผู้ขายที่ได้รับตรานี้ นอกเหนือจากมีคุณสมบัติอื่นๆ แล้ว (อ่านได้ที่นี่ http://pages.ebay.com/help/sell/top-rated.html#what) ต้องมี positive feedback 98% ซึ่งมาจากการให้คะแนนความพึงพอใจจากลูกค้าด้วยดาว (คะแนนเต็ม 5 ดาว) จากเกณฑ์ 4 ประเภท (สินค้าเป็นจริงตามคำบรรยาย การสื่อสารกับลูกค้า ระยะเวลาจัดส่ง ค่าขนส่ง และค่าดำเนินการ) ซึ่งผลักดันให้ผู้ขายปรับปรุงคุณภาพสินค้าและบริการเพื่อสร้างความพอใจให้กับลูกค้า เนื่องจากได้เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ราคา และคุณสมบัติตามที่คนขายระบุไว้ เพราะถ้าไม่เป็นตามนั้น วัฏจักรที่ตามมาก็คือลูกค้าให้ positive rating แก่ผู้ขายในระดับต่ำนั่นเอง สำหรับการจัด rating ไม่ได้เป็นจุดเด่นใน Amazon เนื่องจากเว็บไซต์ดงกล่าวเน้นระบุรายละเอียดของสินค้า เพราะ Amazon เองทำหน้าเป็นตัวกลางในการเก็บสต็อกสินค้าและการจัดส่ง
4. PayPal ถือเป็นหนึ่งกลยุทธสำคัญของ eBay ที่ eBay เข้าซื้อไปเมื่อปี 2547 PayPal คือระบบรับส่งเงินของบุคคลทั่วไปและธุรกิจ สมาชิก PayPal เพียงสมัครบัญชีแล้วผูกบัญชีกับบัตรเครดิตหรือเดบิตก็สามารถชำระสินค้าหรือรับส่งเงินได้ ปัจจุบันมีประเทศที่รับชำระเงินผ่าน PayPal 190 ประเทศ และสามารถใช้ได้กับร้านค้าออนไลน์หลายล้านแห่ง รวมถึง eBay ด้วย
PayPal ถือเป็นระบบที่การันตีความปลอดภัยทั้งผู้ส่งและผู้รับเงิน โดยข้อมูลของผู้ส่งเงิน (หรือในกรณีซื้อสินค้าจะหมายถึงผู้ซื้อ) จะไม่เปิดเผยแก่ผู้รับเงิน (ผู้ขาย) และยังมีระบบคุ้มครองผู้ซื้อในกรณีที่ชำระเงินและไม่ได้รับสินค้า รวมทั้ง ระบบคุ้มครอง 100% ไม่ให้การชำระเงินจากบัญชีที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงบัญชีของเราได้ นอกจากนี้การชำระเงินผ่าน PayPal ยังมีความสะดวกรวดเร็ว โดยผู้ส่งเงิน (ผู้ซื้อ) ไม่ต้องกรอกรายละเอียดใน PayPal ซ้ำทุกครั้งในการชำระเงิน และสามารถส่งเงินได้รวดเร็วกว่าช่องทางธรรมดา จากการศึกษาพบว่า 84% ของการชำระผ่าน PayPal ทำให้เงินส่งถึงผู้ขายภายใน 24 ชั่วโมงหลังปิดประมูลสินค้า ซึ่งการส่งเงินที่รวดเร็วกว่าจะเป็นผลให้ส่งสินค้าได้รวดเร็วกว่าด้วย นอกจากนี้ ผู้ส่งเงิน (ผู้ซื้อ) ยังสามารถชำระเงินผ่าน PayPal ได้ถึง 26 สกุลเงิน (ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกุลเงินที่ชำระบน PayPal ตรวจสอบได้ที่ https://www.paypal-apac.com/th/business/fees-transactions/multiple-currencies.aspx)
ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยของ PayPay ทำให้ผู้ซื้อในสัดส่วน 5 ใน 6 นิยมชำระสินค้าของ eBay ผ่านทาง PayPal และผู้ซื้อ 80% มีแนวโน้มซื้อสินค้าอีกครั้งหากช่องทางชำระเงินผ่าน PayPal
ความสำเร็จของ eBay ส่วนหนึ่งมาจากการสังเกตพฤติกรรมลูกค้า พร้อมกับเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าที่ตรงกับความต้องการ และเกิดจากระบบให้คะแนนความน่าเชื่อถือที่สร้างความมั่นใจให้สมาชิกเลือกสินค้าบน eBay กล่าวคือ eBay ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นประเด็นต้นๆ ดังนั้นธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จ นอกจากออกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแล้ว ก็ควรคำนึงถึงความพอใจของลูกค้าเป็นหลักด้วย หรือผู้ประกอบการที่ธุรกิจคล้ายคลึงกับ eBay ก็ควรสร้างระบบคัดกรองคนขายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการกับเราอีกครั้ง
ที่มา : http://incquity.com/articles/how-ebay-became-successful

4.Dell

dell_logo_new.jpg

ผู้ก่อตั้งคือ Michael Dell ที่ในขณะที่เรียนปริญญาตรีก็เริ่มซื้อชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์มาประกอบขายจนมีรายได้ดีและมองเห็นลู่ทางในการเติบโตจนต้องลาออกมาจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาทำธุรกิจประกอบและขายคอมพิวเตอร์

สิ่งที่ทำให้ Dell ประสบความสำเร็จและโดดเด่นกว่าผู้ประกอบและขายคอมพิวเตอร์รายอื่นๆก็คือแนวคิดทางธุรกิจ (Business Model) ที่มีความแตกต่างจากเจ้าเดิมๆในขณะที่ผู้ประกอบและขายคอมพิวเตอร์เจ้าเดิมๆ นั้นใช้กลยุทธ์ make-to-stock ซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนที่สูงและกำไรที่ต่ำ

แต่ Dell กลับใช้วิธีการที่เรียกว่า make-to-order การผลิตตามคำสั่งซื้อ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนของ Dell ถูกกว่าคู่แข่งและในขณะเดียวกันลูกค้าก็ได้รับสินค้าตามที่ตนเองต้องการ
make-to-stock นั้นคือผู้ผลิตจะทำการพยากรณ์ความต้องการของผู้ซื้อว่ามีอยู่เท่าใด ในลักษณะใดบ้างหลังจากนั้นก็ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วส่งไปจัดเก็บที่คลังสินค้าเพื่อส่งต่อไปยังผู้แทนจำหน่ายอีกทีหนึ่ง ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องมีชิ้นส่วนและองค์ประกอบมากมาย การ make-to-stock นั้นเหมือนกับการยัดเยียดสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วให้กับผู้บริโภคโดยตัวผู้บริโภคเองอาจจะต้องการหรือไม่ต้องการชิ้นส่วนบางอย่างในเครื่องนั้นก็ได้

นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนั้นตกรุ่นได้ง่ายถ้าผู้ผลิตคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคผิดไปก็จะทำให้เหลือสินค้าที่ขายไม่ออกอยู่เยอะส่งผลต่อต้นทุนที่เพิ่มพูนสูงขึ้น

ส่วนแนวคิดแบบ make-to-order นั้นผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อคอมพิวเตอร์ของ Dell ผ่านทางอินเทอร์เน็ต (หรือผ่านพนักงานขายโดยตรง)สามารถที่จะเลือกส่วนประกอบภายในคอมพิวเตอร์ตามที่ตนเองต้องการคำสั่งซื้อนั้นจะถูกส่งไปที่ Dell ซึ่งทาง Dell ก็จะประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ตามคำสั่งซื้อของผู้บริโภคและจัดส่งคอมพิวเตอร์ตามที่ผู้บริโภคสั่งซื้อกลับไปให้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

ดังนั้นแทนที่เมื่อประกอบคอมพิวเตอร์เสร็จแล้วจะต้องมีคลังสินค้าเอาไว้เก็บและส่งไปยังผู้แทนจำหน่ายอีกที ก็ไม่ต้อง เนื่องจาก Dell สามารถส่งสินค้าตรงไปยังผู้บริโภคได้โดยตรงทำให้ลดต้นทุนในการจัดเก็บและต้นทุนที่เสียให้กับผู้แทนจำหน่ายนอกจากนั้นเนื่องจากคอมพิวเตอร์ที่ Dell ประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ที่ประกอบขึ้นมาตามความต้องการของลูกค้าโดยตรง ทำให้ Dell ไม่ประสบกับปัญหาที่ประกอบออกมาแล้วขายไม่ได้ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนที่ต่ำของ Dell

และในขณะเดียวกันลูกค้าของ Dell เองก็ได้รับคอมพิวเตอร์ตามที่ตนเองต้องการไม่ต้องจ่ายแพงกว่าเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองไม่ต้องการ พูดง่ายๆ ว่า แนวทางของ Dell นั้นมีประโยชน์ทั้งขึ้นและล่อง นั้นคือทำให้ต้นทุนของบริษัทต่ำกว่าของคู่แข่งและในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้บริโภคมีความพอใจต่อสินค้าที่ได้รับมากขึ้น
จริงๆ แล้ววิธีการของ Dell ไม่ได้ง่ายเพียงแค่ที่เขียนมาข้างต้นเนื่องจากจะต้องมีองค์ประกอบอีกหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ระบบการจัดส่ง (Logistics) ที่สมบูรณ์ระบบการบริหารวัตถุดิบแบบ Just-in-Time (JIT)

หรือแม้กระทั่งความพร้อมและความร่วมมือของผู้ที่เป็น Suppliers คู่แข่งของ Dell หลายเจ้าก็พยายามลอกเลียนรูปแบบทางธุรกิจ แต่ก็ไม่มีใครทำได้สำเร็จเนื่องจากสาเหตุที่ต่างกันออกไป รูปแบบทางธุรกิจของ Dell เรียกได้ว่าเปลี่ยนโฉมหน้าของธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) อย่างมโหฬารเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้ที่เคยได้เปรียบในการแข่งขันให้กลายมาเป็นผู้เสียเปรียบไปเลย
ในปัจจุบัน Dell เป็นผู้ประกอบและขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอันดับหนึ่งทั่วโลกและคงยากที่จะมีใครมาโค่นลงได้ ขณะเดียวกันก็คิดว่าคงไม่มีใครอยากจะมาแข่งกับ Dell ในธุรกิจนี้เท่าใด จะสังเกตเห็นว่าในปัจจุบันกลยุทธ์ของคู่แข่งสำคัญอย่างทั้ง IBM และ Compaq (หรือ HP) ได้หันไปให้ความสนใจต่อด้านอื่นมากกว่าเพียงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

ทั้งนี้เนื่องจากรูปแบบธุรกิจของ Dell ที่ทำให้สามารถประกอบและขายเครื่องได้ถูกกว่าชาวบ้านเขาตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารก็คงยากที่จะมีใครโค่น Dell จากตำแหน่งผู้นำในวงการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลลงได้
นอกจากนี้ในปัจจุบันธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเรียกว่าอยู่ในขาลง ใน 2-3 ปีที่ผ่านมายอดขายเริ่มลดลงจากในอดีตและในขณะเดียวกันเวลาเฉลี่ยกว่าที่จะเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ขององค์กรธุรกิจต่างๆก็ยาวขึ้นเป็น 41 เดือน ส่วนของผู้บริโภคตามบ้านก็อยู่ที่ประมาณ 5 ปีแสดงว่าช่วงระยะเวลากว่าที่จะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่นานขึ้นกว่าปกติ

อีกทั้งยังไม่มีสินค้าหรือนวัตกรรมใหม่ๆที่ออกมาจากทั้ง Intel และ Microsoft ที่จะกระตุ้นให้เกิดการซื้อคอมพิวเตอร์ขึ้นมาได้ในปัจจุบันการขายเครื่องนั้นมักจะเน้นแข่งขันกันที่ราคาเป็นหลักก็เรียกได้ว่าเข้าทางของ Dell เขาเลยทีเดียวเพราะไม่มีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ระดับโลกเจ้าใดอีกแล้วที่มีรูปแบบของธุรกิจที่ต้นทุนถูกกว่าของ Dell

นอกจากนี้กลยุทธ์อีกหลายอย่างของ Dell ก็น่าสนใจทั้งกลยุทธ์การเติบโตและกลยุทธ์การแข่งขันในปัจจุบันหลังจากที่ตลาดคอมพิวเตอร์ในอเมริกาและส่วนอื่นของโลกเริ่มอิ่มตัว Dell ก็หันไปบุกตลาดจีนอย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันยอดขายของ Dell ในจีนยังเป็นที่สามอยู่แต่ Dell มุ่งมั่นกับตลาดจีนมากถึงขนาดตัดสินใจไปเปิดโรงงานประกอบคอมพิวเตอร์ในจีนทีเดียว

นอกจากนี้ Dell เองก็เริ่มมองการมุ่งเน้นอยู่แต่ธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคงไม่พอต่อการเติบโตในอนาคตทำให้ในปัจจุบันได้ทำการขยายเข้าสู่อีกหลายธุรกิจ ทั้ง Servers, Storage, PDA, Printer หรือแม้กระทั่งเริ่มเมียงมองเข้าสู่ธุรกิจการให้คำปรึกษาในการวางระบบด้วย

ส่วนกลยุทธ์ในการแข่งขันของ Dell นั้นก็น่าสนใจ Dell ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องของนวัตกรรมในตัวสินค้ามากเหมือนคู่แข่งรายอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีสินค้าหรือนวัตกรรมใหม่ Dell จะไม่รีบกระโจนไปผลิตแต่จะรอให้นวัตกรรมใหม่นั้นเริ่มที่จะเป็นที่ยอมรับและอยู่ตัวก่อนค่อยส่งผลิตภัณฑ์ของตนเองเข้าสู่ตลาดแต่ด้วยราคาที่ถูกกว่าชาวบ้านและคุณภาพสินค้าที่ไม่แตกต่างกัน
เช่น ในกรณีของคอมพิวเตอร์แบบพกพา (PDA) ที่ Dell ปล่อยให้เจ้าอื่น ทำตลาดไปก่อน แล้วเพิ่งออกสินค้าของตัวเองเมื่อปลายปีที่ผ่านมาแต่ด้วยราคาที่ถูกกว่าคนอื่น

ความสำเร็จของ Dell นั้นเกิดขึ้นจากการคิดค้นรูปแบบทางธุรกิจที่แตกต่างจากคู่แข่งและทำให้ตนเองเกิดความได้เปรียบ เหนือคู่แข่งรายอื่นๆ โดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนขณะเดียวกัน Dell ก็ไม่ละเลยต่อการกำหนดกลยุทธ์ ในการเติบโตต่อไปในอนาคตและการยึดมั่นต่อกลยุทธ์ในการแข่งขันที่ทำให้ตนเองประสบความสำเร็จ
ที่มา : http://www.bizexcenter.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-Dell.html

5. Mobile OS

Android-4.1-Jelly-Bean-Logo.jpg

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Google I/O สำหรับระบบปฏิบัติ Android เวอร์ชั่นใหม่ Project Mobile OS หนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงของ Google ที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้สงครามระบบปฏิบัติการอันดุเดือด โดยขนม เวอร์ชั่นใหม่ในร่างหุ่นกระป๋องเขียวนี้มีชื่อว่า Android 4.1 Jelly Bean นั่นเอง โดยสิ่งแรกที่ Google ได้ ปรับปรุง และให้ความสำคัญกับ OS เวอร์ชั่นใหม่นี้นั่นคือ ความเร็ว และความลื่นไหลในการใช้งานนั่นเอง ซึ่งใช้เครื่องมือเข้ามาช่วย ที่มีชื่อว่า Project Buffer

Project Buffer

คือฟีเจอร์หนึ่งที่ช่วยทำให้การใช้งานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์นั้นไหลลื่นกว่าที่เคยเป็นมาครับ ซึ่งแต่ก่อนนั้น ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เคยได้ชื่อว่า ใช้งานช้าบ้าง อึดบ้าง กระตุกบ้าง ด้วยเหตุนี้ Google จึงได้พัฒนา Project Buffer ขึ้นมา ด้วยการขยายเฟรมเรต ที่ช่วยทำให้การทำงานต่อเนื่องกันทั้งระบบ โดยเน้นไปที่การ ประมวลผลภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean ยังได้ ปรับปรุงและเพิ่มฟีเจอร์ที่สำคัญเข้ามาอีกมากมายดังนี้

- ระบบแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ไฉไลกว่าเดิม (New Look Notification)
- Voice Search การค้นหาด้วยเสียงรูปแบบใหม่ที่จะมาเป็นคู่แข่ง S-Voice ของ Sumsung และ Siri ของ Apple หรือ Quick Voice ของ LG
- Google Now เอาข้อมูลล่าสุดมาแสดงให้คุณดู (โดยแลกกับข้อมูลของคุณ)
- ปรับปรุงทั้ง Widget และโฮมสกรีนใหม่ บน Jelly Bean สามารถที่จะปรับแต่ง Widget โดยอัตโนมัติได้
- Android Beam สามารถที่จะแชร์วิดีโอ, รูปภาพผ่าน NFC ได้แล้ว
- Offline Voice Input สิ่งที่ทุกคนรอคอยคีย์บอร์ดภาษาไทยจะมีอยู่ใน Stock Rom Jelly Bean แล้ว
- New camera app กล้องถ่ายรูปมีการปรับปรุงใหม่

ที่มา : http://www.iphone-tablet.com/osonmobile/newandroid.html

สรุป ปัจจัยโดยรวมที่ทำให้ IT Project ประสบความสำเร็จ

1. ลูกค้าเข้าถึง Project นั้นๆ ได้ง่ายและสะดวกในการใช้งาน
2. ผู้ใช้งานเห็นถึงความคุ้มค่าที่จะใช้งาน เช่น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา
3. ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกทันสมัยเมื่อใช้งาน
4. มีระบบรักษาความปลอดภัยในการใช้งานเมื่อผู้ใช้งานต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว
5. เข้าถึงความต้องการของผู้ใช้งาน
6. มีการวิจัยและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
7. เข้าถึงผู้ใช้งานได้หลากหลายกลุ่ม
8. มีกลยุทธในการดำเนินงาน
9. มีเป้าหมายที่ชัดเจน

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License