Telehealth

remote_rural1.gif
ในปัจจุบันการรักษาทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นสิ่งที่ง่าย ประหยัดเวลาและมีระสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้ป่วยและแพทย์ไม่จำเป็นจะต้องอยู่แต่ภายในโรงพยาบาลอีกต่อไป การหาหมอผ่านจอคอมพิวเตอร์ โดยคนไข้ได้ปรึกษา กับแพทย์ทั้งๆที่คนไข้อยู่บ้านและแพทย์เองอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสังคมตะวันตก ดังนั้นทำไมในสังคมไทยจึงไม่ค่อยนิยมมีการนำลักษณะการรักษาด้วยรูปแบบดังกล่าวมาใช้บ้าง
การใช้ระบบ Telemedicine หรือ โทรเวชกรรมนั้นได้เริ่มใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1960 ทั้งนี้ระบบดังกล่าวได้มีพัฒนาการมาพร้อมๆ กับการพัฒนาระบบสื่อสารโทรคมนาคม ในต่างประเทศ โทรเวชกรรมนั้นอาจแบ่งเป็น 2 ยุค คือ ยุคที่เรียกว่า First Generation Telemedicine (ช่วงต้นปี ค.ศ. 1970) ซึ่งเป็นยุคที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก เนื่องจากโทรเวชกรรมมีค่าใช้จ่ายสูงและเทคโนโลยียังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ยุคที่สองเรียกว่าThe Second Generation Telemedicine (ช่วง ปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา) ยุคนี้ถือได้ว่าระบบโทรเวชกรรมได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการแพทย์การสาธารณสุข และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จนบางครั้งเราจะมักพบคำว่า Telehealth แทนคำว่า Telemedicine
รูปแบบการให้บริการระบบโทรเวชกรรมในต่างประเทศนั้นใช้วิธีการผ่านเครือข่ายสัญญาณความเร็วสูง ซึ่งจะใช้งานผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและผ่านระบบ Videoconference ที่มีประสิทธิภาพสูง ลักษณะของระบบโทรเวชกรรมมีหลากหลายลักษณะงาน แต่ที่มีการใช้งานมากที่สุดคือ Teleradiology รองลงมาคือ Telecardiology และ Teledermatology โดยทำผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต แต่ขณะนี้ได้มีลักษณะการใช้งาน โทรเวชกรรมที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือ แบบผ่านระบบ Videoconference โดยเริ่มจากการใช้งานโทรเวชกรรมลักษณะนี้กับนักโทษในคุกเพื่อจะได้ไม่ต้องย้ายผู้ป่วยหรือนักโทษออกนอกคุกไปโรงพยาบาล นอกจากการใช้งานของโทรเวชกรรมในด้านการรักษาทางการแพทย์แล้ว ระบบดังกล่าวยังสามารถใช้งานในด้านการศึกษาทางไกลของแพทย์และเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาความสามารถของแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับในประเทศไทยช่วงปลายปี พ.ศ. 2536 ได้มีการปล่อยดาวเทียมไทยคม 1 และต่อมาในปี พ.ศ. 2538 ได้มีการพัฒนาฐานเชื่อมดาวเทียม 7 ฐาน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กโทรนิคและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(National Electronics and Computer Technology Center หรือ NECTEC) ในปีนี้รัฐบาลประกาศให้เป็นปีแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย เพื่อให้ประชากรในประเทศตระหนักถึงบทบาทและประโยชน์ที่ได้จากเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยส่วนหนึ่งรัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการพัฒนาด้านโทรเวชกรรม(Narong Kasitipradith, 2001)
โครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียม (Telemedicine Project) ในประเทศไทยได้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 -2541 ซึ่งเป็นโครงการ 4 ปี ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข (Narong Kasitipradith, 1996) โดยมีการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ โรงพยาบาลในส่วนภูมิภาคและโรงพยาบาลชุมชนรวม 19 แห่ง มีวัตุประสงค์เพื่อเผยแพร่การรักษา การดูแลและให้การศึกษาด้านสุขภาพและสาธารณสุขแก่ประชากรที่อยู่ห่างไกลรวมไปถึงประชากรที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นที่มีแพทย์หรือสถานพยาบาลไม่เพียงพอ ซึ่งลักษณะการดำเนินงานของโครงการนี้แบ่งออกเป็น 1. การใช้งานด้านการประชุมวิชาการและการเรียนการสอนทางไกล 2. การใช้งานด้านการปรึกษาการแพทย์ทางไกลทั้งแบบที่ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและแบบผ่านระบบประชุมทางไกล 3. การใช้งานเครือข่ายข้อมูลและเสียง ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วและกระทรวงสาธารณสุขได้มีแผนปรับปรุงใหม่เกี่ยวกับโครงการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมแต่ก็ยังมิได้ดำเนินการแต่อย่างใด (จิตรา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, 2547)

ประกอบด้วยระบบย่อย 4 ระบบ คือ

ระบบประชุมทางไกล (Video Conference)
ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล (Medical Consultation)
ระบบการศึกษาทางไกล (Distance Learning)
ระบบเชื่อมเครือข่ายข้อมูลและโทรศัพท์

W020100628412850475955.gif

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://sites.google.com/site/telemedicinethailand/

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License