The Personal Computer Industry

Apple เป็นผู้บุกเบิกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซึ่ง IBM ซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวเป็นหลักในปี 1980 ต่อมาในปี 1990 IBM ได้ค้นพบระบบปฏิบัติการ Intel processor และเป็นอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่ผลิตจากเครื่องจักรที่ป้องกันการการลอกเลียนแบบ อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ของ IBM เติบโตขึ้นจากการตั้งราคาที่ต่ำกว่า อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดก่อนปี 2000 เพราะความต้องการใช้อินเตอร์เนตในประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้น และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้ PC มากกว่าสองพันล้านคนในปี 2015

รายได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ แต่อย่าไรก็ตาม PC ก็ยังมีหน่วยความจำที่เร็วกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการตั้งราคาขายที่ลดลง 8-10% จากปี 1990 – 2005 และการลดลงระหว่างปี 2006-2011 เนื่องจากส่วนแบ่งตลาดของ Apple 5% รวมถึงต้องจ่ายค่า R&D ระหว่าง 1-3% ของรายได้ เนื่องจาก จีนและใต้หวันเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดโดยการพัฒนานวัตกรรม และอีกหนึ่งผลกระทบก็คือการที่มี Laptop ออกมาขายในปี 1980

ต่อมาในปี 2009 ได้มีสินค้าออกมาคือ Netbook ซึ่งลักษณะเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กและมีหน่วยความจำน้อยในการใช้อินเตอร์เน็ต และเน็ตบุ๊คมีราคาที่ถูกใจผู้บริโภค คือประมาณ 400 ดอลล่าร์ ปี 2009 มียอดขายมากกว่า 40 ล้าน แต่ต่อมาในปี 2010 ก็มี I-Pad เกิดขึ้น และปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการแทนที่ของสินค้าตลอดเวลา

การกระจายสินค้า
กลุ่มลูกค้า PC มี 5 แบบ คือ 1.ลูกค้าที่ซื้อไปใช้ที่บ้าน 2.ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก 3.ลูกค้าองค์กร 4.ลูกค้าเพื่อการศึกษา 5.หน่วยงานรัฐ ลูกค้าที่ซื้อ PC ไปใช้ที่บ้านเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่ที่สุด เพราะเป็นครึ่งหนึ่งของการขนส่งทั่วโลก ผู้ที่ซื้อไปใช้ตามบ้านจะเอาไปต่ออินเตอร์เน็ต ออกแบบ สนับสนุนการทำงานทางธุรกิจและซอฟแวร์ทางการศึกษา การกระจายสินค้า ในปี 1990นั้น ลูกค้าเริ่มมีความรู้เรื่อง PC มากขึ้น อย่างไรก็ตามลูกค้าที่ซื้อไปใช้ที่บ้านและธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง เริ่มซื้อ PC ที่ซุปเปอร์สโตร์ (Wal-Mart) ในขณะเดียวกัน

การผลิต PC
ผู้จัดจำหน่าย 4 รายใหญ่ ได้แก่ 1.Hewlett-Packard 2.Dell 3.Lenovo 4.Acerซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด 53.6% ในปี 2011 โดยHewlett-Packard เป็นผู้นำอันดับ 1 และต่อมาได้ถือสิทธิ์และซื้อกิจการ Compaqในปี 2002 ลูกค้าหลักของ Hewlett-Packard คือประเทศในแถบเอเชีย และครองส่วนแบ่งตลาด 17.7% ทั่วโลก
Dell มีส่วนแบ่งตลาดอันดับสอง คือ 12.6% ในปี 2011 โดย Dellจะผลิตคอมพิวเตอร์ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และปี 2007 Michael Dell ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารอีกครั้ง ซึ่งมีนโยบายโดยให้ความสำคัญกับลูกค้ารายย่อย และผลักดันไปสู่ระดับนานาประเทศ โดยการควบคุมต้นทุน
Lenovo มีฐานการผลิตที่ประเทศจีน และทำให้ IBM สูญเสียรายรับ 1.75 พันล้าน โดยเป็นของLenovo 12.5%
Acer มีฐานการผลิตที่ประเทศไต้หวันAcer ประสบความสำเร็จในตลาดของการเป็นผู้นำ Netbook

ผู้จัดส่งวัตถุดิบ องค์ประกอบ และสินค้าทดแทน
วัตถุดิบ เช่น หน่วยความจำ chip, disk drive, keyboard มีแหล่งวัตถุดิบจากหลายๆแหล่ง โดยผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น คือ ตัวประมวลผลกลาง และระบบปฏิบัติการ ซึ่งอยู่ในหมวดแรก และในหมวดที่สอง คือ Intel และ Microsoft
ตัวประมวลผลกลางหรือ CPU เป็นฮาร์ดแวร์ที่มีลักษณะเหมือนกับสมองที่มีระบบการสั่งการได้ถึง 80%

ระบบปฏิบัติการ
เป็นซอร์ฟแวร์ที่จัดการและสนับสนุนการใช้ Microsoft ครองส่วนแบ่งตลาดในปี 1980 มากกว่า 90% ในการใช้ในระบบปฏิบัติการ window ซึ่งเดือนตุลาคม 2011 ขาย Window XP 17 ล้านแผ่น ต่อมาปี 2007 ได้พัฒนาป็นระบบปฏิบัติการ Vista สองปีต่อมาได้พัฒนาระบบปฏิบัติการเป็น Window 7 ซึ่งถือเป็นระบบปฏิบัติการที่แข็งแกร่ง นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Microsoft ใช้เงินไป 1.5 พันล้าน ในการพัฒนาWindow 7 และ 1 พันล้านในการทำการตลาด

การใช้ซอฟท์แวร์ ข้อมูล และองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์
คุณค่าของคอมพิวเตอร์อยู่ที่องค์ประกอบของซอฟท์แวร์ ข้อมูล และฮาร์ดแวร์ ซึ่งเป็นหลักการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ การใช้ซอฟท์แวร์ในการประมวลผลการเสนอกราฟฟิค การจัดพิมพ์ และการค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ในปี 1990 เป็น การใช้ซอฟท์แวร์หลักของคอมพิวเตอร์ Microsoft เป็นผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ซอฟท์แวร์สำหรับ Wintel PC ,Apple และ Macs

โอกาสในการเลือกในปี 2000
ผู้บริโภคสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ได้เปลี่ยนแปลงเป็นโทรศัพท์ที่สามารถดูทีวีได้ รวมถึงสามารถเล่นเกมส์ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิในการใช้งาน ในช่วงเวลาเดียวกัน Smartphone เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานมากขึ้นจนเกือบเท่าเทียมคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งอีเมลล์ การหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ดีปี 1980 Tabletคอมพิวเตอร์ได้ล้มเหลว เนื่องจากปี 2010 มี I-Pad เกิดขึ้น และสามารถสร้างยอดขาย 60 ล้านเครื่อง จึงส่งผลกระทบต่อธุรกิจ PC ที่มียอดขายลดลงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License