Wireless WAN

Wireless WAN

• Mobile Computing คือ รูปแบบของการใช้คอมพิวเตอร์ ขณะที่มีการเคลื่อนไหว เป็นเรื่องที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาหลายสิบปี เช่น Laptop เครื่องแรกมีมากว่า 50 ปีแล้ว คือในปี 1968

Dynabook.pngdynabook1.jpg
First laptop invented by Alan Kay in 1968

• พัฒนาการของ สมาร์ทโฟน เกิดมาจาก ปาล์ม หรือ PDA ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่าง โทรศัพท์กับออร์แกไนเซอร์
• PDA เครื่องแรกออกมาใน ปี 1983 สาเหตุที่ไม่เป็นที่นิยม เพราะ
1.ออกสู่ตลาดในระยะเวลาที่ไม่เหมาะสม
2.Software ยังไม่ Support

Casiopf30001_thumb1_thumb%5B2%5D.jpg?imgmax=800
First PDA introduced in 1983 (CASIO PF-3000)

Mobile Computing Today

mobile-computing.jpg

Evolution

20_evolution_of_mobile_phones-1024x723.jpg

ยุคของโทรศัทเคลื่อนที่แบ่งได้ 4 ยุค
1. ยุค 1G
2. ยุค 2G
3. ยุค 3G
4. ยุค 4G

ยุค 1G
-โทรศัพท์ยังเป็นเครื่องมีขนาดใหญ่ หนัก จะใช้ต้อง ยกหาคลื่น
- เป็นสัญญาน อนาลอค ทำได้แต่ เสียง
- นำมาใช้ตั้งแต่ปี 1980 ใช้อย่างต่อเนื่อง จนถึงต้น ปี 1990
- ราคาเครื่องโทรศัพท์แพง และค่าโทร อัตราแพง
- ไม่สามารถใช้สำหรับการรับและส่งข้อมูลได้
mobile-1-g.jpg

ยุค 2G
- พัฒนาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 และเริ่มนำมาใช้ ต้นปี 1990
- เป็นสัญญาณ Digital ซึ่งรับส่งข้อมูลได้
- เป็นที่มาของการเกิด SMS (Short Message Service) รับส่งข้อมูลได้ไม่เกิน 160 ตัวอักษร
1g_clip_image002.jpg

ซึ่งการเกิดของระบบ Digital ทำให้มี 2 มาตรฐาน คือ
1.GSM (Global System for Mobile Communication) ซึ่งเป็นเครื่อข่ายที่ AIS ให้บริการ
ข้อดี
-จำนวน 2 ใน 3 ของประเทศในโลก ใช้ระบบนี้ โดยเฉพาะในแถบเอเชีย เด่นเรื่องการทำ Roaming ผู้ใช้เคลื่อนย้ายโครงข่ายได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ เพราะเป็นการใช้ระบบ SIM
2. CDMA (Code Division Multiple Access) บริษัทผู้คิดค้น อยู่ในประเทศ สหรัฐอเมริกา มีการใช้ในทหารมาก่อน
ข้อดี
-คุณภาพของสัญญาณดีกว่า ทั้งเสียงและข้อมูล
-เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาไปสู่โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 3
ข้อเสีย
-จำนวนประเทศที่ใช้น้อย เช่น อเมริกา ในเอเชีย คือ เกาหลีใต้
ข้อจำกัด
-ไม่มีความสามารถทำ Roaming ผู้ใช้ใช้หมายเลขเดิมข้ามโครงข่ายไม่ได้

ยุค 2.5
ในกลางปี 1995 มีการนำโทรศัพท์ที่ใช้เชื่อมต่อ Internet มีการนำเทคโนโลยีของโทรศัพท์ในยุคที่สามเข้ามาใช้ เช่น GPRS (General Package Radio Service) ระบบนี้ และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาเป็น EDGE เราสามารถใช้โทรศัพท์ในการเชื่อมต่อ Internet โดยมีความเร็วไม่เกิน 384 KB หรือที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน โดยเราสามารถเช็ค e-mail, เช็ค Content และใช้ IM ได้จาก EDGE แต่เราไม่สามารถดูทีวีแบบ Real time และการทำ VDO Conference ได้จาก EDGE ข้อจำกัด เรื่องการใช้ Multimedia ที่มีความละเอียดได้ เป็นยุคปัจจุบันของประเทศไทย

ยุค 3G
2001 ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่ใช้ โทรศัพท์ 3G ได้ โดย NTT Dokomo ต่างกับ 2G คือ เรื่องโครงสร้างเครือข่าย 2G ด้าน Service switching network คือต้องมีการสร้างช่องทางก่อนมีการติดต่อสื่อสาร ส่วน 3g โครงสร้างเครือข่ายแบบ Internet แบบ Packet Switching network การรับส่งข้อมูลเป็นแบบ Package จุดเด่น โดยมีความสามารถด้านการเชื่อมต่อ Internet และ ความเร็วในการเชื่อมต่อ โดยมีความเร็ว 384 กิโลบิต ถึง 2 ล้านกิโลบิตต่อวินาที ในปัจจุบัน ความเร็วอยู่ที่ 10 เมกกาบิตต่อวินาที
3G สร้างความแตกต่างด้าน Application ที่สามารถสร้าง Application On top บน 3G ได้ เช่น การสร้าง VDO Conference การดูทีวี การทำธุรกรรม การช็อปปิ้ง เป็นต้น
ในระบบ 3G มี 2 มาตรฐาน ได้แก่
1.WCDMA (Wireland xxxxxx) หรือ UMTS ซึ่งบริษัทที่ใช้ ระบบ GSM ใน 2G จะใช้ระบบนี้
2.CDMA 2000
smartphone.jpg

ยุค 4G
-Japan ได้มีการ ใช้ 4G เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ซึ่งถือเป็นประเทศแรกในโลก
-เป็นการพัฒนาต่อจาก 3G โดยเป็นยุคที่โทรศัพท์ เป็นแบบ IP Based คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่จะมี IP Address
- ใช้รูปแบบ IT Packet ในการนำส่ง สัญญาณ
- ความเร็วจะมากถึงระดับ 1 G Bite กิโลบิตต่อวินาที
- เหมาะกับสื่อี่มีความละเอียดสูงมาก เช่น High Definition
- มีการใช้เทคโนโลยี Software Define Radio คือ Software จะเป็นตัวกำหนดว่า Mobile นี้จะใช้เครือข่าย อะไร เช่น ถ้าเข้ามาในเครือข่าย wifi โทรศัพท์ ก็จะใช้เครือข่าย wifi Voice Over IP เหมือน Skype ถ้าอยู่ในเครื่อข่าย WiMax Mobile นี้ จะใช้สัญญาณ WiMax ถ้าอยู่ในเครือข่าย Cellular Network โทรศัพท์จะใช้ ระบบ 4G
LTE (Long Term Evolution ) และ WiMax เป็นมาตรฐานของระบบ 4G
ITU ตั้งเป้าว่า ระบบ 4G จะเริ่มให้บริการทั่วโลกระหว่างปี 2012 – 2015
75_20121008112039..jpg

Compare different generation of Cellular networks

4g_02-5.jpg

2.5G, 2.75G มันอยู่ในยุค 2G คือ GPRS (2.5G) และ EDGE (2.75G) โดยยุค 2G นั้นสามารถรับส่งข้อมูลเป็น Data กันได้แล้ว การใช้งาน GPRS และ EDGE มันก็คือการรับส่ง Data ส่วนความเร็วในการรับส่งก็เรียงตามลำดับ

Comparison of 2G and 3G Communication Bandwidth

2g-3g-4g.jpg
167391-2g3g4g_chart_960_original.gif

ที่มา:
http://knowledge-concepts.blogspot.com/2011/10/mobile-computing.html
http://www.tomalive.com/2012/11/16/1g-2g-3g-4g/

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License